Dropship [ดรอปชิป] ดูจะกลายเป็นแนวทางที่หอมหวานและน่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มทำธุรกิจค้าขายสินค้าออนไลน์ (e-Commerce)

ว่ากันว่าการเริ่มต้นขายของในแนวทาง Dropship ง่ายและต้นทุนน้อย

มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ ??

โพสนี้ลองมาดูอีกมุมนึงของโมเดลธุรกิจนี้กันครับ

รายการสินค้า dropship กว่า 400 รายการ สำหรับเริ่มต้นขายของใน Amazon

คลิกแชร์ เพื่อรับลิงค์ดาว์นโหลดได้เลยครับ 😉

Share to Downloadimage/svg+xml

คลิก Share ที่ปุ่มด้านล่างนี้ เพื่อรับลิงค์สำหรับดาว์โหลดไฟล์


Dropship สรุปให้สั้นและเข้าใจง่ายๆ ก็คือ การขายสินค้าที่คุณไม่จำเป็นต้องสต๊อคสินค้า และไม่ต้องจัดส่งเอง

หน้าที่เดียวของเราคือ marketing หรือไปหาลูกค้ามาซื้อนั่นเอง

โดยมี Dropship partner ดูแลในเรื่องของข้อมูลสินค้า (รูปภาพ และคำอธิบาย) รวมถึงการจัดส่ง

ด้วยหลักการง่ายๆ นี้ มันถึงตอบโจทย์โดนใจผู้ที่เริ่มต้น, ผู้ที่ยังกล้าๆ กลัวๆ และผู้ที่มีต้นทุนในการเริ่มต้นที่ไม่มากนัก

Dropship มันง่ายขนาดนั้นจริงๆ เหรอ ?

ภาพด้านล่างช่วยให้เราเข้าใจขั้นตอนของการทำธุรกิจแบบ Dropshipping

เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรก (หมายเลข 1) คือการค้นหาผู้ให้บริการ Dropship ไล่วนตามเข็มนาฬิกาจนสินค้าถูกจัดส่งถึงมือลูกค้า

ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่า Dropship ตอบคำถามเหล่านี้ได้จริงรึเปล่า

Dropship ขายของโดยไม่ต้องลงทุน ?

จริงครับ !!

ในทางทฤษฏีแล้วคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนสั่งสินค้ามาสต๊อค

แถมยังไม่ต้องลงแรงไปส่งสินค้าเองด้วย แต่ต้นทุนของการขายสินค้ามีเท่านั้นจริงๆ หรือ ??

ในโลกของความเป็นจริง เราสามารขายสินค้าโดยไม่ต้องสต๊อกได้จริงๆ เหรอ

คำตอบคือ ได้จริง…

แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องมั่นใจได้ว่า คนที่ทำหน้าที่สต๊อคแทนคุณนั้นมีความเป็นมืออาชีพมากพอ

ความเป็นมืออาชีพของ Dropship partner มีอะไรบ้าง ?

Dropship ระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขาย

ข้อมูลสินค้าแบบครบถ้วน, รูปภาพที่คุณภาพ คือพื้นฐานที่เราสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนนกับ Dropship partner ได้

บางครั้งการตัดสินใจทำธุรกิจกับผู้ให้บริการด้วยราคาต้นทุนที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ก็เป็นอันตรายกับทุกธุรกิจของคุณนะครับ

อัพเดตข้อมูลและจำนวนสินค้าที่พร้อมขายสม่ำเสมอ

ปัญหาหนึ่งที่คนทำ Dropship เจอก็คือ ได้ออเดอร์แต่ไม่มีของส่ง (backordering)

ถ้าคุณเป็นผู้ขายสินค้าบน amazon เคสนี้นับว่ารุนแรงในระดับเดียวกับ Negative Feedback เลยทีเดียว

ระบบการจัดส่งสินค้าที่ชัดเจนและติดตามได้

หลายๆ คนมองข้ามเรื่องของการจัดส่งไป ผมอยากจะบอกว่าคุณภาพและความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า สามารถเป็นตัวชี้วัดความพอใจของลูกค้าและเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำได้มากที่สุดเลยทีเดียว

นโยบายการคืนเงินและคืนสินค้าที่ชัดเจน (Return and Refund policy)

สินค้าหลายๆ ประเภท เช่น จิวเวอรี่, เครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้า gadget ต่างๆ จำเป็นต้องมีการทดสอบก่อนจัดส่งว่าใช้งานได้จริง

นโยบายของบางเว็บก็ยังให้สิทธิกับลูกค้าในการส่งคืนหรือยกเลิกสินค้าในกรณีที่ไม่พอใจได้อีกด้วย (guarantee policy) เช่น การขายของใน amazon

ความซื่อสัตย์

ถ้าคุณไม่อยากเสียลูกค้าของคุณให้กับผู้ผลิตหรือ Dropship partner ข้อนี้สำคัญมากๆ ครับ

ผมเคยได้พูดคุยกับเพื่อนท่านหนึ่งที่ใช้บริการ dropship ไทย ที่ช่วยให้เขาขายสินค้าได้อย่างที่ใจต้องการ เรียกว่าโกยเลยก็ได้ครับ

แต่แล้ววันดีคืนร้าย สินค้าดังกล่าวก็หายไปจากระบบ @_@

สสารไม่มีทางหายไปครับ แต่มันอาจจะแค่เปลี่ยนรูปและเปลี่ยนที่อยู่เท่านั้น ถถถ

จากที่ไล่เรียงมา คุณจะเห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการเลือก Dropship partner

คุณคิดว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นจะยินดีมอบสุดยอดบริการเหล่านี้ให้กับคุณแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายรึเปล่าครับ ?

ตัวอย่างบริษัทที่ได้รับการยอมรับในธุรกิจ Dropshipping เช่น

Doba เว็บที่ให้บริการ Dropshipping แบบจริงๆ จังๆ

บริษัทมีโกดังสำหรับสต๊อคสินค้า และมีขั้นตอนในการจัดส่งสินค้าที่เป็นมาตราฐาน

Doba คิดค่าบริการเป็นรายเดือน หรือเลือกจ่ายเป็นปีก็ได้ มีให้ทดลองใช้บริการฟรี 14 วัน

Worldwidebrands เว็บที่ให้บริการฐานข้อมูลบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ Dropship

จุดที่ทำให้ Worldwidebrands แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นก็คือ

มาตรฐานของบริษัทที่ Worldwidebrands คัดเลือกมา

ส่วนนี้ทำให้ค่าบริการของ Worldwidebrands สูงกว่าเจ้าอื่นๆ

ค่าสมาชิกแบบตลอดกาล 299usd (แบบจ่ายครั้งเดียว) หรือจะแบ่งจ่าย 99usd ในเดือนแรก และ 110usd อีกสองเดือน

Salehoo อีกหนึ่งผู้ให้บริการฐานข้อมูลบริษัท Dropship

สำหรับคุณภาพของบริษัทที่อยู่ในลิสของ Salehoo อาจจะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ Worldwidebrands แต่ค่าบริการก็จัดว่าไม่แพงสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้น

Dropship ขายง่ายกำไรงาม ?

จริงๆ ประเด็นนี้ก็ต่อเนื่องจากหัวข้อที่แล้วครับ

ในโลกแห่งความจริง สนามการค้ามีการแข่งขันเกิดขึ้นเสมอ จะแข่งกับตัวเองเพื่อส่งมอบบริการดีๆ หรือแข่งขันกับพ่อค้าแม่ค้ารายอื่นก็ว่ากันไป

การจะขายสินค้าออนไลน์ให้ได้กำไรดีๆ มีทางเลือกไม่มากครับ

หนึ่ง ..ขายสินค้าที่มีคู่แข่งไม่มาก
สอง ..ขายสินค้าที่แตกต่าง

ที่นี่ก็ลองย้อนกลับมาดูแหล่ง dropship ของเราว่ามี 2 ข้อที่ว่านี้มั้ย

ถ้ามีกำไรงามแน่นอนครับ

แต่ถ้าแหล่ง dropship ที่คุณเล็งไว้ คือ alibaba, aliexpress ปลายทางที่จะขายต่ออาจจะเป็น amazon หรือ eBay

คุณต้องเหนื่อยหน่อยครับ

เหตุผลง่ายๆ – เพราะใครๆ ก็เข้าถึงสินค้าแบบเดียวกับคุณได้ !!

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสนะ

“มีครับ”

แต่ต้องออกแรงในการค้นหา the one เจ้านั้นให้เจอ


สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารผ่านบทความนี้ก็คือ

ในโลกของความเป็นจริงไม่มีอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จ เติมน้ำร้อน ปิดฝา รอสามนาที

ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการทำงาน ลงสนามจริง ลองผิดลองถูก และที่สำคัญคือ ระยะเวลา

ในเกมของ dropship ก็เช่นเดียวกับทุกๆ เกมการแข่งขัน ที่ผู้แพ้มีจำนวนมากกว่าผู้ชนะ

คุณจำเป็นต้องลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในเรื่องของเวลา

เช่น อดทนกับการตามหา dropshiper ที่เสนอสินค้าคุณภาพและราคาดี

หรือการลงทุนด้วยเงิน เช่น การสมัครเป็นสมาชิกกับผุ้ให้บริการ dropship คุณภาพ

ตัวอย่างเว็บ Dropship ที่ประสบความสำเร็จด้วยการจัดวางระบบและการเลือกสินค้าเฉพาะทาง (Niche) มาทำตลาด

ทั้ง 2 ตัวอย่างใช้ระยะเวลา และเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจแบบ dropship ทั้งนั้นครับ

Andrew Youderian ผู้ก่อตั้ง Trollingmotors ได้เขียนเล่าขั้นตอนในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ dropship ของเขา เป็นบล็อคที่คนทำ e-commerce ต้องอ่าน (ปัจจุบันขายเว็บนี้ให้ผู้อื่นดูแลแล้ว)

dropship TrollingMotors
ภาพจาก ecommercefuel.com แสดงรายรับรายจ่ายในการเริ่มธุรกิจ Dropship

เส้นทางธุรกิจในรูปแบบ Dropship เป็นไปได้ครับ แม้จะไม่ง่าย
ความเข้าใจ, อดทน และระยะเวลา ยังเป็นสิ่งจำเป็นบนเส้นทางนี้ 😉

Pin It on Pinterest

Share This