Categories
Life

Keto Diary เดือน 1

ถ้านับจริงๆ น่าจะเกิน 10 ครั้ง กับความพยายามเพื่อลดน้ำหนัก

มีอยู่ 1 ครั้งที่ประสบความสำเร็จ ต้องย้อนกลับไปเกือบ 10 ปีก่อน ที่ระเห็ดตัวเองไปใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ที่บริสเบน ประเทศออสเตเลีย จำตัวเลขชัดๆ ไม่ได้ แต่น่าจะลดน้ำหนักลงประมาณ 15-20 กิโล ในช่วงเวลาประมาณ 3-4 เดือน — เหตุผลที่ทำได้น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวัน

เดินบ่อย ทั้งจากบ้านไปโรงเรียน และจากโรงเรียนไปที่ทำงาน
กินน้อย ตามปริมาณเงินในกระเป๋า
ทำงานหนัก ด้วยหน้าที่การงานในตำแหน่ง Kitchen hand หรือ General เบ้นั่นเอง

สามเรื่องนี้ทำให้ต้องเปลี่ยนขนาดเสื้อผ้า แบบไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัว

 

หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมที่เมืองไทย
ซึ่งผลที่ตามมาก็คาดเดาได้ไม่ยาก

จนทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 120 กิโล (ส่วนสูง 71 เซนติเมตร) เมื่อราวๆ 5 ปีก่อน
จากนั้นน้ำหนักก็จะป่วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 100 กิโล บวกลบ 2-3 กิโล มาจนถึงปัจจุบัน

 

W T F

ด้วยอายุที่มากขึ้น ไม่ต้องบอก ไม่ต้องอ่าน ก็รู้อยู่แก่ใจเองว่า ชีวิตและสุขภาพเข้าขั้นวิกฤต
ทำให้ความพยายามในการลดน้ำหนักกลับมาอีกครั้ง และก็เหมือนกันใครหลายคน ที่มักจะตั้งเป็นปณิฐานช่วงปีใหม่ …แล้วก็ลืมมันไปเมื่อเข้าเดือนที่สองของปี
– -!

 

สารภาพว่าโพสนี้เขียนใน เดือนที่ 2 ของการลดน้ำหนัก !!??

เหตุผลง่ายๆ เพราะผมเองก็ไม่มั่นใจว่า เป้าหมายในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ

สิ่งที่แตกต่างในการลดน้ำหนักครั้งนี้ นอกจากเรื่องเป้าหมาย (ตั้งใจลด เพราะกลัวตาย)
ยังเป็นเรื่องของวิธีการ

ก็อาจจะเหมือนทุกครั้งของความพยายาม ที่จะเริ่มต้นด้วยการถามกูเกิลว่า “วิธีลดน้ำหนัก” แบบไหนดี แล้วไล่อ่านเรื่องราวประสบการณ์จริงและกึ่งจริง !! ของคนอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จด้วยวิธีต่างๆ

บังเอิญ Youtube แนะนำคลิปวีดีโอนึงมา
ตอนนั้นไม่มีคำว่า “คีโต” ให้สมองเลยครับ แต่หน้าพี่หนุ่ย กับคำว่า “ลดน้ำหนัก” มันชวนให้คลิกเข้าไปดู

 

 

คลิปนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายคีโตของผม, พี่หนุ่ยอธิบายได้ง่าย และชัดเจนมาก
วลีนึงที่ผมชอบมากๆ คือ “วิธีที่ดี ต้องปรับเปลี่ยนเป็นวิถีได้

จากความบังเอิญนั้น ตามมาด้วยการกระโดดลงสนามแบบเต็มตัว และชัดเจนในแนวทางมากยิ่งขึ้น

เอาว่ะ …ลดน้ำหนักด้วยแนวทาง Ketogenic นี่แหล่ะ

แหล่งความรู้หลักๆ ในเดือนแรกของผมมาจาก

 
ความรู้พร้อม
ความตั้งใจเต็มที่
สิ่งแรกที่ทำคือ การเคลียร์ทุกอย่างในครัวและตู้เย็นออก

 

ต้องบอกก่อนว่า สิ่งที่ผมทำ ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง 100% ตามหลักการ
แต่จากที่ผมได้ ใช้เวลานั่งคิดวิเคราะห​์ตัวเอง ว่าที่ผ่านมาทำไมการลดน้ำหนักถึงล้มเหลว
คำตอบที่ได้กับตัวเองคือ หมดแรงจูงใจก่อน หรือเรียกว่า “หลุด” นั่นแหล่ะ

ครั้งนี้ผมตั้งเป้าหมายให้ใหญ่กว่าเดิม คือ ลดเพื่อจะได้ไม่ตาย (ก่อนวัยอันควร) และเพื่อไม่ให้หมดแรงจูงใจไปเสียก่อน ผมเลือกที่จะ “จัดหนัก” แบบ Extreme เลย ส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าค่อยๆ เห็นผลช้า แรงจูงใจ กับความตั้งใจจะจางหายไปอีกแน่นอน

 

หลังจาก “ล้างตู้เย็น” ผมก็เติมด้วยสิ่งที่จะกินเข้าไปในแต่ละวัน

ผมตั้งใจจะกินสลัดทุกมื้อ เลยเลือกซื้อผักมาประมาณ 4 อย่าง บวกกับไข่ไก่อีก 1 แผง
และปลาทูน่ากระป๋อง

เหตุภาพเมนูหลักๆ มั้ยครับ ?
ในเดือนแรกนี่ผมกินสลัดไข่ สลับกับทูน่า
เลือกน้ำสลัดเป็น น้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น

น้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น

 

ตัวช่วย:
เครื่องชั่งน้ำหนัก Mi (Xiaomi) เหตุผลง่ายๆ ที่เลือกใช้เพราะ ผมต้องการตัดข้ออ้างที่ลืมจดน้ำหนัก ไอ้เจ้าเครื่องชั่งรุ่นนี้มันต่อกับมือถือ และบันทึกน้ำหนักและค่าต่างๆ ในแอพให้เลย – ราคาประมาณ 1,200 บาท

เครื่องชั่งน้ำหนัก Mi ของ Xiaomi

 

ผลลัพธ์:
น้ำหนัก 102.4 kg. (26 Jan 18)
น้ำหนัก 98.8 kg. (26 Feb 18)

Xiaomi mi app

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *