ประสบการณ์ที่ผ่านมาบวกกับการบอกเล่าจากเพื่อนๆ นักขาย Amazon ที่โดนแบนล้มหายตายจากกันไป พอจะแยกสาเหตุของการโดน Amazon แบนได้เป็น 2 กรณีหลักๆ คือ โดนแบนเพราะ Performance ต่ำกว่าเกณฑ์ และอีกเหตุผลคือ โดนแบนเพราะสินค้าที่ขายไปละเมิดลิขสิทธิ์ ในโพสนี้เราจะพูดถึงประเด็น ลิขสิทธิ์ล้วนๆ ครับ

ผมเขียนถึงเรื่องการโดนแบนเพราะ Performance ต่ำกว่ามาตรฐานของ Amazon ไว้บ้าง

หลักๆ ก็จะวนอยู่แค่ไม่กี่ประเด็น คือ ส่งช้า, สินค้าเสียหาย, ไม่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า (ตอบข้อความช้า, ตอบไม่ตรงประเด็น) และ Negative Feedback

 

ละเมิดลิขสิทธิ์ มีแบบไหนบ้าง ?

นี่เป็นคลิปที่ผม live ในกลุ่ม AMZ 2.0 เกี่ยวกับเรื่องนี้ น่าจะพอช่วยให้เข้าใจสาเหตุของเรื่องได้ครับ

 

สรุปได้ว่า Intellectual Property หรือทรัพย์สินทางปัญญา แยกย่อยได้ 3 ส่วน

  1. Copyright
  2. Trademark
  3. Patent

 

เว็บ The United States Patent & Trademark Office (USPTO) มีรายละเอียดในประเด็นนี้เยอะและละเอียดมาก แต่ศัพท์แสงก็ค่อนข้างจะยากหน่อย ซึ่งช่องทางอื่นที่ผมแนะนำไว้ในคลิปก็คือ ถ้าต้องการตรวจสอบ Trademark สามารถเช็คข้อมูลที่เว็บ Trademarkia หรือถ้าต้องการเช็ค Patent ก็ลองดูที่ Google Patents ได้เช่นกันครับ

ประโยคที่ว่า “หนูไม่รู้” ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลหรือข้ออ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครับ เพราะคุณได้รับทราบข้อกำหนดเหล่านั้นไปแล้วตอนสมัครขายของกับ Amazon ก็เช่นเดียวกับกฏหมาย ที่คุณไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้ ไม่ได้ – เป็นหน้าที่ของ Seller ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองและธุรกิจของคุณเช่นเดียวกันครับ

Sellers are expected to follow the law and Amazon’s policies. Amazon takes claims of intellectual property infringement seriously. Even if a seller is infringing on someone’s intellectual property without knowledge, we will still take action and the seller’s account might receive a warning or be suspended. You should consult an attorney for help to ensure that your business has the right procedures in place to prevent IP infringement.

สำหรับคนที่ต้องการทำความเข้าใจเรื่อง Intellectual Property กับการขายสินค้าบน Amazon แบบจริงจัง สามารถตามอ่านได้จากลิงค์นี้ครับ : https://sellercentral.amazon.com/gp/help/external/201361070