แชร์ประสบการณ์ เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ต้นทุนศูนย์บาท

วันนี้ขอแชร์อดีตที่เพิ่งผ่านมา 2 ปีของตัวผมเอง เป็นเรื่องที่ผมมองย้อนกลับไปในวันที่เริ่มต้น ธุรกิจส่วนตัว

ใช้เทคโนโลยีออนไลน์เป็นตัวเชื่อมระหว่างลูกค้าและธุรกิจ

เทคโนโลยีที่คุณหรือใครก็สามารถนำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่ายสักสตางค์เดียว

ย้อนกลับไป 2 ปี ในช่วงฤดูร้อน ผมและเพื่อนอีกคนที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ไร้กำลังทรัพย์

เราทั้งคู่ตัดสินใจหันหลังให้กับงานประจำ อาจจะด้วยความบ้าพลังบวกกับความไร้เดียงสาในโลกธุรกิจและโลกของความเป็นจริง

เราใช้ตรรกะง่ายๆ สร้างเหตุผลสนับสนุนการกระทำให้กับตัวเราเอง

เพื่อหลีกหนีจากความกดดันในหน้าที่การงานและความรับผิดชอบในฐานะพนักงานบริษัท

เราทั้งคู่คิดกันง่ายๆ ว่าการรับเสื้อผ้าและสินค้าเล็กๆ น้อยๆ มาขาย น่าจะชดเชยรายได้จากการเป็นพนักงานเงินเดือนได้

แถมเรายังจะได้อิสระภาพกลับคืนมา ไม่ต้องโดนเจ้านายด่าหรือกดดันอีกด้วย โดยไม่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ต่างๆ และไม่ได้รู้จักตลาดดีพอ

ลิเกเก็บโรง

3 เดือนกับความว่างเปล่าและหมดกำลัง (ทั้งกำลังกายและกำลังใจ)

ระหว่างที่นั่งเฝ้าแผงสินค้า ในตลาดนัดที่คนเดินดูสินค้ามากมาย เพื่อนผมได้พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

“อาทิตย์หน้ากูจะไปสมัครงานแล้วว่ะ”

เหตุผลต่างๆ ก็ตามเข้ามา ซึ่งเราทั้งคู่เข้าใจดี

จากวันนั้นผมเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ อีกครั้ง

โดยมีเงื่อนไขคลาสสิคแค่ว่าต้องใช้เงินลงทุนน้อย เป็นประเด็นหลัก ระหว่างที่ไล่อ่านกระทู้ต่างๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหวังว่าจะเจอโอกาสงามๆสักอันหนึ่ง

ผมก็เจอกับแอต (ads) หรือป้ายโฆษณาของกูเกิลในเว็บๆหนึ่ง

เนื้อความของโฆษณานั้นเกี่ยวกับการให้โอกาสในการสร้างโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่ตรงกลุ่มลูกค้าผ่านระบบของ google ที่เรียกว่า adword ฟรีๆ 3000 บาท

google_adword
Adwords – ภาพจาก www.Sanook.com

ตัวผมจะพอมีพื้นฐานเรื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง แต่ adword กับผมก็ดูจะใหม่มากจริงๆ

ผมคลิกเพื่อเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ และเริ่มเปิดคลิป เพื่อเรียนรู้การใช้งาน google adword เบื้องต้น

เกือบหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ผมโทรศัพท์ไปหาเพื่อนคนเดิม ถามถึงงานที่มันไปสมัครในอาทิตย์ที่ผ่านมา

เล่าเรื่องราวที่ผมได้เรียนรู้ รวมถึงโอกาสที่ผมคิดว่า น่าสนใจนี้

“กูจะเริ่มงานอาทิตย์หน้า แม่งส่งไปดูงานระยอง”

เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเพื่อนผมในสัปดาห์หน้า และผมก็ย้ำกับมันว่า

“เดี๋ยวกูจะลองทำเว็บดู แต่เรื่องสินค้ากูไม่รู้เรื่องนะ เดี๋ยวกูใส่เบอร์มึงไปละกัน”

เพื่อนผมตอบรับอย่างไม่มีคำถาม และคงไม่มีความหวังอะไรด้วยเช่นกัน …

**ลืมบอกไป เนื่องจากเพื่อนผมเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมชนิดหนึ่ง และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นความเชี่ยวชาญเดียวที่เพื่อนผมคนนี้พอจะมี

นี่เป็น “เป้าหมาย” ในการเริ่มต้นงานนี้ ผมไล่เรียงดูสิ่งที่จำเป็นสำหรับการก่อการครั้งนี้ (ดูอลังการมาก) เท่าที่คิดออกคือ

  1. เว็บไซด์ (จริงๆในช่วงแรกผมมีแค่เว็บเพจ หรือหน้าเว็บแค่หน้าเดียว ที่บอกรายละเอียดสินค้าที่เรา (อยากจะ) จำหน่าย และข้อมูลสำหรับติดต่อ ) ที่ผมเลือกใช้ก็คือของฟรีจาก blogger.com
  2. ความรู้เกี่ยวกับ google adword ซึ่งทุกคนก็สามารถเริ่มต้นเรียนรู้ได้จาก youtube.com นั้นเอง

เริ่มต้นธุรกิจ ลงสนามจริง

เริ่มต้นสัปดาห์ต่อมา ผมมีเว็บเพจที่พร้อมสำหรับการรองรับลูกค้า ที่จะมาจากระบบการโฆษณาของ adword

ในเช้าวันนั้นผมก็เริ่มเปิดบัญชี และใช้โปรโมชั่นกับ google adword แบบ pre-paid ทันที

หลังจากผ่านการยืนยันโปรโมชั่น ผมได้รับคำแนะนำเบื้องต้นในการใช้งานและการเลือก “คำค้นหา” หรือ keyword ต่อจากนั้นผมเริ่มต้นสร้าง “โฆษณาชิ้นแรก” ของบริษัททันที

ตลอดวันผมก็นั่งอ่านและดู วีธีการใช้งาน adword อย่างจริงๆ จังๆ ผ่านทั้ง youtube และเว็บบอร์ดต่างๆ …

และในเย็นวันนั้น เพื่อนผมก็โทรมา

ไอ้ห่า มีโทรมาจริงๆ ว่ะ

กลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของบริษัทเล็กๆ ในเวลาต่อมา

หลังจากวันนั้นจำนวนลูกค้าที่โทรเข้ามาสอบถามราคาและรายละเอียดของสินค้าก็มากขึ้น

ในสัปดาห์ที่สองของการทำงานบริษัทของเพื่อนผม เป็นสัปดาห์สุดท้ายกับบริษัทนั้นเช่นกัน

เริ่มต้นสร้างธุรกิจส่วนตัว
ลองผิด-ลองถูกในเดือนแรกๆ ประสบการณ์ที่ทุกคนต้องเจอ

เมื่อเริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ การดิ้นรนไหว้วาน และหยิบยืม ความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

ตั้งการการสั่งซื้อสินค้า และการออกเอกสารสำคัญทางการค้าต่าง

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมอาจจะโชคดีมากๆ ที่มีลูกค้าตั้งแต่ในช่วงแรกที่เริ่มต้น และก็เพราะโชคดีอีกนั่นหล่ะที่ “สินค้า” ของผมและเพื่อน ไม่ได้อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ล้มลุกคลุกคลานในปีแรก – น้ำท่วมกรุงก็ไม่หวั่น

หลังจากนั้นผมและเพื่อนก็เริ่มนำกำไรที่ได้ มาดำเนินการเรื่องการเปิดบริษัท

ซึ่งความตั้งใจของเราทั้งคู่ก็คือ เราอยากให้บริษัทของเราเป็นบริษัทที่เล็กและคล่องตัว

เราแบ่งหน้าที่กันดูแลสองส่วนหลักๆ นั่นก็คือ ผมดูแลเรื่องการตลาดและเว็บไซด์

ส่วนการขายและจัดส่งสินค้าเป็นหน้าที่ของเพื่อน

นอกเหนือจากนั้นงานบัญชี เราเลือกใช้บริการพนักงานบัญชีอิสระ เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน

เริ่มต้นทำบัญชีกันเอง ตามมีตามเกิด
ความต่อเนื่องคือหัวใจของธุรกิจ
ข้อมูลลูกค้า สิ่งสำคัญที่สุด ที่ไม่ควรมองข้าม

ด้วยระยะเวลาเพียง 2 ปีกับสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจ

นับเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ยังมีเรื่องราว และปัญหาอีกมากที่รอให้เราต้องเรียนรู้

นอกเหนือจากวิธีการและประสบการณ์ในการเริ่มต้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากฝากคือ เรื่องของวิธีคิด

บางทีความรู้ต่างๆ ที่ผ่านหูผ่านตาจากรายการทีวีหรือหนังสือขายดีบางเล่ม อาจจะมีส่วนในการตีกรอบความคิดของเรา สร้างเส้นบางๆ ที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะเริ่มต้น

ในทางกลับกัน การเดินหน้าเริ่มต้นและรับมือกับปัญหาอย่ามีสติ (ไม่ใช่ลูกบ้าล้วนๆ) กลับทำให้เราได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายหลายสิ่ง ที่ไม่มีหนังสือหรือกูรูคนไหนเคยบอกมาก่อน

ปัจจุบันแนวโน้มการกำเนิดเกิดขึ้นของบริษัทขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการรายย่อยนับวันจะยิ่งมากขึ้นๆ

ในกรณีที่เกิดขึ้นกับผมและเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ทุกๆคนก็สามารถเริ่มต้น และทำได้

อยากทําธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะทําอะไร ?

คำตอบที่สั้นที่สุด คือ เริ่มจากสิ่งที่คุณมีทุนเดิมอยู่แล้ว

จะเป็นต้นทุนที่จับต้องได้ อย่างเช่น เงิน หรือต้นทุนที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความถนัด, ความสนใจ ไปจนถึงต้นทุนด้านเวลา

ผมเห็นตัวอย่างคนไทย และต่างชาติที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการ trade เวลาของตัวเอง (บวกกับความสามารถบางอย่าง) ในช่วงเริ่มต้น

ในวันที่เทคโนโลยีต่างๆ ปรับตัว ต้นทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจต่ำมาก เมื่อเทียบกับยุคสมัยที่ผ่านมา ขอแค่ไอเดียและเริ่มต้นลงมือทำครับ เพิ่มเติม :

ร่วมแชร์ประสบการณ์ในการเริ่มต้นธุรกิจของเพื่อนๆ ในพื้นที่ด้านล่างนี้เลยครับ ทุกความเห็นจะมีประโยชน์มากๆ ครับ 😉

91 thoughts on “แชร์ประสบการณ์ เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ต้นทุนศูนย์บาท”

  1. ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ที่ให้แรงบันดาลใจครับ

    Reply
  2. ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆ สร้างแรงบันดาลใจมากเลยทีเดียวค่ะ

    Reply
    • ยินดีครับ เริ่มก้าวแรกแล้วอย่าลืมกลับมาเล่าสู่กันฟังนะครับ 🙂

      Reply
      • ไม่มีเงินลงทุนเลย ไม่มีความรู้ความถนัดอะไรเป็นพิเศษ จะเริ่มยังไงอ่ะคะ หรือจะหมดหนทางแล้ว

        Reply
        • ตัดประเด็นไม่มีเงินทุนออกไปก่อนครับ
          อันดับแรกคือเราควรรู้ก่อนว่า “อะไร” ที่เราจะลงมือทำ
          ประโยคที่ว่า “ไม่มีความรุ้ ความถนัดอะไรเป็นพิเศษ” นี่น่าสนใจมากครับ
          ผมคิดว่าดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นปัญหาของคนส่วนมากก็ได้
          แต่บางทีเราเองก็มักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดไปนะครับ

          ผมลองนำปัญหานี้ไปค้นในกูเกิลก็พบว่าไม่ใช่แต่คนไทยแน่ๆ ที่เจอปัญหานี้
          แต่มันคือ “ปัญหาระดับโลก”

          มีโพสนึงน่าสนใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือหลงไหลในเรื่องไหน (passion)
          ซึ่งคำแนะนำก็น่าสนใจทีเดียวครับ อ่านต่อ

          ผมพยายามย้อนคิดว่าตอนที่ผมอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้นผมทำอะไรกับชีวิต
          แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแนวทาง หรือวิธีการในการแก้ปัญหานะครับ
          เป็นแค่ประสบการณ์ส่วนตัวที่ “บังเอิญพาผมรอดมาได้”

          มี 2 ข้อหลักๆ ที่ผมทำคือ :

          ข้อหนึ่ง อยู่กับตัวเอง สนใจและสังเกตุตัวเอง
          เวลาที่เรามองตัวเองผ่านๆ ก็เป็นไปได้ครับที่จะมองข้ามบางอย่างไป
          เราชอบอะไร เวลาว่างเราใช้เวลาไปกับเรื่องไหน
          วันหยุดเราสบายใจที่จะพาตัวเองไปอยู่ที่ไหน

          ถ้าคุณอ่านบทความการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของผมนี้ดีๆ จะเห็นว่าในตอนนั้น
          ผมเองก็ไม่มีทุน ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญอะไรเลย
          แต่ผมเริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองพอจะทำได้ เริ่มตอนที่ยังไม่พร้อมนี่แหล่ะ

          ข้อสอง มุ่งมั่นแค่เรื่องเดียว
          การโฟกัสกับเรื่อง หรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งจนสุดทางเป็นเรื่องสำคัญ
          ในช่วงเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจ เริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ หรืออะไรก็ตามแต่
          คุณจะพบว่ามันจะมีปัญหาที่ยาก จนเหมือนว่าเราจะผ่านไปไม่ได้
          ถ้าคุณไม่มุ่งมั่นมากพอ หลุดโฟกัส ก็มีโอกาสสูงที่จะล้มเลิกครับ
          ฝรั่งมีคำพูดนึงที่ผมชอบมากๆ

          Follow One Course Until Successful (F.O.C.U.S)

          Reply
      • สนใจค่ะ แต่เริ่มไม่ถูกทางค่ะ ทำงานประจำเป็นเซล เครียด เหนื่อยมากที่สุดค่ะ

        Reply
        • หาสิ่งที่เราสนใจให้ได้ก่อนครับ หาให้เจอว่าเราถนัดอะไร สนใจเรื่องไหนจริงจัง
          แค่คำว่า “สนใจ” มันยังกว้างเกินไปครับ

          ในวันที่ผมเริ่มต้นเขียนบทความนี้ ผมก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับคนส่วนมากที่เริ่มต้นโดยไม่มีอะไรเป็นทุนเลย
          แต่เรารู้ว่าเราสนใจเรื่องไหน และอะไรที่เราทำได้ ที่เหลือก็คือการทดลอง
          ผิดบ้าง ถูกบ้าง เสียหายบ้าง เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ

          คำว่า เครียด, เหนื่อย, ฉันมีบิลต้องจ่าย เป็นแค่ข้ออ้าง
          ทุกคนมีปัญหา มีภาระเหมือนกัน ต่างกันแค่ในรายละเอียด
          คนที่จริงจังกับเป้าหมาย และมุ่งมั่นลงมือถือครับที่ประสบความสำเร็จ

          Reply
  3. ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆนะค่ะ ตอนนี้ทำร้านรับทำกรอบร๓ปอยู่ค่ะ แต่อยากจะต่อยอดธุรกิจให้ก้วางกว่านี้ มีคำแนะนำหรือแนวคิดอะไรพอจะแนะนำมั้ยค่ะ

    Reply
    • ขอบคุณครับ
      ลองดูไอเดียใหม่ๆ ใน pinterest ครับ ผมเห็นสินค้าและไอเดียเกี่ยวกับกรอบรูปเยอะเลยครับ

      Reply
  4. เริ่มทำบ้านพักคนชรา ยังงงอยู่ว่าต้องทำอะไรบ้างดูเยอะไปหมดค่ะ ขอผู้รู้ช่วยแชร์ให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    Reply
    • อืม… ผมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ครับ คงแนะนำในเรื่องนี้โดยเฉพาะไม่ได้
      แต่ถ้าเป็นสิ่งที่คุณรู้จักอยู่แล้ว ลองค่อยๆ ลำดับและตัดสิ่งที่จำเป็นน้อยออกไปก่อน
      เลือกเรื่องที่สำคัญมาทำก่อนครับ “process matter than prefect

      ผมคิดว่าสิ่งสำคัญของการเริ่มต้นทำธุรกิจคือ การลำดับความสำคัญในเรื่องที่ต้องทำ ครับ

      Reply
  5. จทกท ขายสินค้าประเภทอะไรครับ แล้วไปเอาสินค้ามาจากไหน รายได้ต่อเดือนถึงหลักแสนไหมครับ
    อยากรู้ประกอบการตัดสินใจครับ ขอบคุณครับๆๆ

    Reply
    • ผมขายสินค้าอุตสาหกรรมครับ สินค้านำเข้าและจากผู้จำหน่ายในไทยครับ

      Reply
  6. Franchiserthailand รู้จักไหมค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ

    Reply
  7. มีความรู้ด้านบัญชีทั่วไป และบัญชีโรงงาน ภาคภาษาอังกฤษ อายุ 51 ปี ทำ Import & Export O.K. ต้องหาเลี้ยงตัวเองอยู่คนเดียว ไม่มีเงินเลย ต้องการทำงานหรือธุรกิจอยู่กับบ้าน ขับรถได้

    Reply
    • เดือนที่ผ่านมาผมจ้าง freelance เคลียสินค้าออกจากกรมศุล
      พี่คนที่ผมจ้างใช้เวลาดำเนินการหนึ่งวัน คิดค่าใช้จ่ายไปเกือบหมื่น

      ความรู้ความสามารถที่คุณพี่ ratsame มีมีคุณค่าและมีความต้องการในตลาดครับ
      เพียงแต่ต้องเรียนรู้วิธีการ “นำเสนอบริการ” หรือความรู้ที่คุณมีอยู่ ให้กลุ่มลูกค้าครับ

      Reply
  8. ผมสนใจมากครับ ไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอคำแนะนำเล็กๆน้อยๆหน่อยครับ

    Reply
  9. ทำงานประจำ เป็นรีเซปชั่นโรงแรม ถามว่าชอบงานไหม ชอบ และ เปิดขายเสื้อผ้าออนไลน์ในเฟสบุ๊ค ถามว่า ชอบไหม ชอบมาก ถามว่า รายได้เป็นไงบ้างกับเสื้อผ้าออนไลน์ ตอบมีทั้งช่วงดีมาก ดี แย่ แย่มาก ถามว่าตอนนี้คิดอะไรอยู่ ในระหว่างที่ทำงานประจำและขายเสื้อผ้าออนไลน์ด้วย ตอบคิดเสมอว่าอยากจะออกจากงานประจำและทำธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าเอง แต่ติดอยู่ที่ ทุน ชั่งใจมาก จะออกจากงานประจำ และ มาทำออนไลน์แบบเป็นจริงเป็นจังเต็มที่กับมัน ดีไหม แต่ก็ติดคำว่ากลัว เพราะการแข่งขันสูงมาก อยากได้คำแนะนำว่า จะตัดสินใจยังไงดี
    ขอบคุณมากค่ะ ถ้าเป็นไปได้ แนะนำมาทาง e-mail ของมะเหมี่ยวจะขอบคุณมากค่ะ

    Reply
    • ผมอยากให้คุณ Ratha อ่านบทความนี้เพิ่มอีกนิดครับ เกี่ยวกับการทดสอบไอเดีย
      เพราะปัญหาแบบทีคุณเจอ หลายคนเป็น จะออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัวเลยดีมั้ย หรือทำควบคู่ไปก่อน
      ทุกวันนี้เราโชคดีครับ พวกเราทุกคนอยู่ในโลกที่ธุรกิจเริ่มต้นได้ผ่านหน้าจอ

      ทุนอาจไม่ใช่ปัญหาหลักครับ หลายคนไปต่อไม่ได้เพราะไม่รู้จะวัดผลยังไงมากกว่า
      คุณ Ratha เองทำธุรกิจออนไลน์อยู่ จากที่อ่านเหมือนคุณลังเล อาจจะขายได้เรื่อยๆ เลยไม่กล้าที่จะออกมาทำเต็มตัว

      การวัดผลว่าจะเลือกทางไหน เกณคงอยู่ที่สถาวะของแต่ละคน ซึ่งก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป
      ลองเขียนหรือลิสออกมารึยังครับ ว่าสิ่งที่เราทำนั้น เราสนุกกับมันมั้ย (ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์)
      และในช่วงที่มันเป็นงานอดิเรกนี่มันทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายเราบ้างมั้ย

      ตัวอย่างของผมในบทความนี้อาจจะมีโจทย์ที่ไม่เหมือนคุณ แต่ผมมีตัวอย่างนึงที่คล้ายๆ
      คือเพื่อนรุ่นพี่ของผมที่สุดจะทนกับงานประจำ และมาเรียนรู้การขายของในอเมซอนกับผม
      ตอนแรกก็ลังเลครับ แม้ว่าในช่วงเดือนแรกก็เริ่มขายได้ล่ะ แต่ก็ยังไม่กล้าออกมาทำเต็มตัว
      สุดท้ายแกลองนั่งคิดดูดีๆ ว่าขนาดขายโดยใช้เวลา 10-20% ของงานประจำยังพอมีรายได้ระดับนี้
      ถ้าออกมาทำเต็มตัวน่าจะไปได้ ด้วยลูกบ้านิดๆ กับเหตุผลที่รองรับประมาณนึง ก็ทำให้แกตัดสินใจลาออก

      สุดท้ายแล้วคุณเองคือคนที่เลือกครับ

      Reply
  10. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆค่ะ
    จะเอาไปเป็นการบ้านคืนนี้ค่ะ

    Reply
  11. สนใจในสิ่งที่คุณทำ อยากเรียนรู้และทำบ้าง ขอคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะ

    Reply
  12. ดีมากเลยค่ะ กำลังมองหาวิธีทำงานใหม่ ๆ

    Reply
  13. แนวความคิด รวมทั้งคำแนะนำ ดีมากเลย อ่านแล้วก็อยากทำบ้างธุรกิจส่่วนตัว จะทำธุรกิจเช่าเกี่ยวกับเครื่องมือก่อสร้าง แต่ ก็เสียดายเงินเดือนประจำ จะทำยังไงดีหนอ..

    Reply
  14. สวัสดีค่ะคุญเอก
    มีคำถามเกี่ยวกับอเมซอลเวปไซร์มีเจอปัญหาตอนริจิสเตอร์แซลลิ่งแอคเคาร์คือรายละเอียดมีลงระบุข้อมูลส่วนตัวแบงค์ดีเทลหนังจากนั้นมีคำถามให้ระบุ……วิชั่ว หรือ บิสนิส? ตอนแรกลงวิชั่ว กลับได้รับโน้ตต้องให้เปนบิสเนส.หลังจากเปลี่ยนเปนบิสเนสยังต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมหน้ารายการจดทะเบียนบริษทกรรมการฯอีกอยากทราบว่ามีใใครพบปัญหาแบบนี้บ้างยากมากถ้าจะเปนผู้ขายบนอเมซอล

    ขอบคุณค่ะ

    Reply
  15. สวัสดีค่ะ ดิฉันคือคนนึงที่ตอนนี้กำลังเริ่มทำธุรกิจของตัวเองเล็กๆร่วมกับน้องสาวค่ะ เป็นธุรกิจเสื้อผ้า แต่เป็นเสื้อผ้าที่ดิฉันและน้องสาวออกแบบเองค่ะ จุดเริ่มต้นของความคิดนี้มีหลายข้อมากค่ะ

    • 1. ดินฉันเป็นผู้หญิงสูง 170 เวลาซื้อเสื้อผ้าแต่ละครั้ง มักจะหายากและหาได้ไม่ตรงใจค่ะ ไปงานแต่ละครั้งต้องซื้อ 2-3 ชุด มาเลือกอีกทีเพราะไม่ได้งานที่ตรงใจ เสื้อผ้าที่เลือกซื้อมีทั้งจากร้านและจากในเว็บค่ะ ราคาประมาณ 500-1500 บาท ต่อชุด แล้วแต่โอกาสของงานค่ะ
    • 2. พบว่าการเลือกซื้อเสื้อผ้าจากในเว็บ หลายครั้งคุณภาพไม่ได้ตามราคาที่จ่าย รู้สึกเข็ดหลาบแต่ก็ยังซื้อค่ะ
    • 3. ตอนนี้มีครอบครัว มีลูกแล้ว 6 เดือน อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่านี้
    • 4.ตอนนี้ทำงานเป็นหัวหน้าแผนกหนึ่งของบริษัทเอกชนค่ะ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนทุ่มเท และทำงานมีประสิทธิภาพ มีความคิดริเริ่ม และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีไฟในการพัฒนา แต่การทำงานของเราถึงจะดีแค่ไหน ก็ได้เงินเดือตามตำแหน่ง เลยคิดว่า ถ้าเราสามารถเอามาใช้ในงานตัวเองได้น่าจะดีค่ะ
    • 5.ดิฉันและน้องสาวเป็นคนมีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ สมัย ประถม และมัธยม เราได้เป็นตัวแทน รร.ในการแข่งขันงานวิชาการอยู่บ่อยๆค่ะ
    • 6. ตอนนี้ดิฉันทำงานสายการแพทย์ และน้องสาวดิฉันทำงานธนาคาร มันดูแตกต่างกันมากกับธุรกิจที่จะทำ แต่ตำแหน่งการงานของดิฉันทำให้ดิฉันได้รู้จักกลุ่มบุคคลเยอะขึ้น และการงานของน้องสาวดิฉันจะช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายได้ นี่เป็นเพียงความคิดของเราสองคนเท่านั้นค่ะ
    • 7.น้องสาวดิฉันเคยเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์มีความสามารถในการเขียนเว็บพื้นฐานได้ และมาเรียนการเงินการธนาคาร และทำงานธนาคาร ตอนนี้เค้าเรียนโทรทางการเงินและบันชีเพิ่มเติมขณะทำงานไปด้วยค่ะ
    • 8.ดิฉันมีความสุขทุกครั้งที่จับดินสอ สี กระดาษและวาดภาพต่างๆตามที่ดิฉันจินตนาการ
    • 9.และเราก็ตกลงกันที่จะทำธุรกิจ ออกแบบเสื้อผ้า เอง

    ดิฉันและน้องตระหนักตลอดเวลาค่ะ ว่าธุรกิจนนี้อาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้ แต่ทุกขั้นตอนที่ทำมีการวางแผนของปัจจุบันและอนาคตไว้บ้างเช่นกันค่ะ ตอนนี้เราเริ่มลงมือทำไปบ้างแล้ว ถึงขั้นตอนที่ว่า ตอนนี้ช่างขึ้นแบบและส่งแบบกลับมา และเราต้องส่งกลับไปแก้ ระหว่างนี้ยังมีอะไรเกิดขึ้นอีกหลายอย่างค่ะ แล้วถ้าผลเป็นไปตามที่คิดไว้สัก 50 % จะมาเล่าต่อให้ฟังค่ะ ไม่ก็ถ้าเจ้าของเพจนี้อยากเล่าหรือแนะนำอะไรไว้ ดิฉันยินดีรับฟังอย่างยิ่งค่ะ

    ขอบคุณเพจนี้น่ะค่ะ หวังว่าดิฉันจะมีโอกาสได้มาเล่าถึงแนวคิด และวิธีการที่นำพาไปสู่ความเร็จเหมือนเจ้าของเพจนี้ค่ะ ^^

    Reply
  16. อยากทำธุรกิจสักอย่างแตไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีเกี่ยวกับไก่ทอดได้แค่คิดแต่ไม่รู้จะหาตลาดไงยังค่ะคือซื้อไก่ของเราไปสามารถทอดขายได้เลยไม่ต้องทำให้ยุ่งยากเปนสูตรของเราเองค่ะ

    Reply
    • ลองเริ่มจากขายเพื่อนๆ กันและรับคอมเม้นต่างๆ มาพัฒนาสินค้าก่อนดีมั้ยครับ
      ไม่ต้องสร้างแฟนเพจหรือเสียเงินโฆษณาอะไรกับการเริ่มต้นครับ โพสในเฟสของเราเองนี่หล่ะครับ

      ลองอ่านเคสของพี่ท่านนึง ที่แกทดสอบไอเดียธุรกิจซ่อมรถของแกระหว่างทำงานประจำครับ

      มีคำพูดนึงจากหนังหรือหนังสือผมจำไม่ได้ แต่ชอบมาก “แค่กล้าที่จะก้าว หนทางจะปรากฏ”

      😉

      Reply
  17. ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ เป็นแรงบันดาลใจมากๆเลยคับ

    Reply
  18. สนใจอยากทำธุรกิจค่ะ คิดอยากจะทำมาตลอดแต่ไม่เคยเริ่มเลย มองหาหลู่ทางที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่ค่ะ โดยส่วนตัวรู้สึกว่าการเริ่มต้นเป็นอะไรที่ยากมาก ไม่รู้ต้องเริ่มจากสิ่งไหนดี มองดูธุรกิจต่างๆ มีไอเดียอยากทำเยอะมากแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ค่ะ จึงต้องมาทำการวิเคราะห์ธุรกิจแต่ละอย่างว่าอันไหนดีกว่า แต่ก็คิดไม่ตก จึงอยากให้คุณเอกแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดและการตัดสินใจค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    Reply
    • การเริ่มต้นเป็นอะไรที่ยากมาก” — จริงครับ ผมเห็นด้วยเลย
      แต่ด้วยเครื่องมือต่างๆ ในปัจจุบัน มันช่วยให้งานที่ยากๆ ง่ายขึ้นครับ
      ถ้าคุณได้อ่านบทความ เลิกมโน แล้วใช้ตัวช่วยเพื่อทดสอบไอเดียกันเถอะ
      ผมอยากให้ลองทดสอบไอเดียธุรกิจของคุณผ่านเครื่องมือง่ายๆ อย่างเฟสบุค หรือ adwords (แบบของผม)

      ผมชอบคำพูดของฝรั่งคำหนึ่งที่ว่า “ideas is cheap” (ขออภัยจำไมไ่ด้ว่ามาจากไหน) ความหมายก็คือ ใครๆ ก็มีไอเดียกันทั้งนั้น
      แต่คนที่เอาไอเดียนั้นมาลงมือทำให้เป็นรูปเป็นร่าง ปรับแต่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ตัวเรามี น่าจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จครับ

      ทุกคนมีช่วงเวลาแบบเดียวกันครับ ช่วงที่ไอเดียมันฟุ่งๆ เต็มไปหมด
      แต่เราต้องเอาไอ้ฟุ่งๆ มาทำให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด เช่น เขียนลงกระดาษ ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละไอเดีย

      วิเคราะห์ดูว่าอะไรที่เราสนุกและตื่นเต้นกับมัน (เหตุผลที่ผมเชื่อว่าต้องเป็น “อะไรสักอย่าง” ที่เราสนุกอยู่กับมันได้ เพราะว่าการทำธุรกิจเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอน)
      ทำวันนี้ อาจจะเริ่มยืนได้อีกสองปี (แต่ระหว่างนั้นมันต้องมีสัญญาณดีๆ ที่บอกว่ามันไปได้จริงนะ)

      ถ้ามันเป็นอะไรที่เราไม่ชอบและอยู่กับมันได้ไม่นาน เมื่อเจอปัญหาหนักๆ โอกาสที่เราจะเลิกล้มมีสูงมากครับ

      พูดไปพูดมาเดี๋ยวจะกลายเป็น นามธรรม จับต้องไม่ได้ซะอีก ลองเริ่มต้นเป็นขั้นตอนครับ
      1. เอาไอเดียธุรกิจที่สนใจมาสร้างแฟนเพจ และทดลองหาลูกค้าผ่าน facebook ads
      2. พูดคุยกับลูกค้า เพื่อค้นหาเหตุผลที่ลูกค้ายอมจ่าย
      3. นำมาปรับปรุงสินค้า และทดลองขายจริง

      ทุกคนมีช่วงเวลาแห่งการล้มเหลวครับ แต่คนสำเร็จคือคนที่ไม่ล้มเลิก

      Reply
  19. อ่านข้อความเจ้าของกระทู้แล้ว ทำให้มีแรงผลักดันเพิ่มขึ้นค่ะ ชอบวิธีคิดมากๆค่ะ

    ตอนนี้มีความคิดที่จะทำร้านเล็กๆเป็นของตัวเอง(ศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เนตเป็นส่วนใหญ่ค่ะ) ซึ่งเป็นธุรกิจน้ำแฟรนไชส์ ซึ่งได้ทำการศึกษามาบ้างแล้ว และดูตลาดและความน่าจะเป็นเบื้องต้น (ไม่ได้เรียนการตลาดมานะคะ ไม่ทราบหลักการแท้จริงว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่สังเกตุจากวิถีชีวิตของคน และลองสัมผัสกับคนรอบตัว และสิ่งที่ตัวเองชอบค่ะ) แต่ถ้าให้ขายน้ำแฟรนไชส์อย่างเดียวคงอยู่ยาก เพราะสมัยนี้การแข่งขันสูงมากจริงๆ โชคดีที่แม่ทำขนมเค้กเป็น จึงอยากเปิดร้านกาแฟ+ขนมเค้กไปพร้อมกัน ซึ่งการอยู่ในเมืองท่องเที่ยว และมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก จึงคิดหนักเลยค่ะ

    การวางแผน การทำตลาด ยากคะ ตอนวางแผนเครียดมาก แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือ การหาทำเล นี่ล่ะค่ะ ตอนนี้วิตกกังวลเรื่องทำเลที่ตั้งมาก เพราะเริ่มจาก “0” ค่ะ ไม่มีประสบการณ์ใดๆทั้งสิ้น และตอนนี้ว่างงานค่ะ (แต่ยังโชคดีค่ะที่ยังมีครอบครัวคอยเกื้อหนุน และช่วยคิด ครอบครัวเป็นราชการ ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย) เคยทำงานพนักงานด้านบริการลูกค้ามาก่อน จึงทราบเพียงว่า เราจะจัดการอย่างไรกับเรื่องบริการลูกค้า และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ

    ปัญหาคือ การหาทำเลที่ตั้ง เรื่องการทำบัญชี ซึ่งเป็นสิ่งที่กลัวมากๆเกี่ยวกับตัวเลข ไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องบริหารการเงินค่ะ
    จึงอยากให้ช่วยแนะนำวิธีการมองหาทำเลกับความเป็นไปได้ ว่าควรมองเช่นใดบ้างและการบริหารหลักๆที่ควรมองของการทำธุรกิจเล็กๆเริ่มต้นจากที่ใดค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    Reply
    • ต้องออกตัวก่อนเลยครับว่าธุรกิจที่เป็นลักษณะแบบนี้ผมเองก็ไม่มีประสบการณ์

      ถ้าเป็นสมัยก่อน “ทำเล” อาจมีความสำคัญธุรกิจในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ชี้เป็นชี้ตายได้เลย
      ปัจจุบันก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าทำเลที่ดีเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับธุรกิจแบบ offline อยู่

      แต่ก็มีปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจในทำเลรองๆ อยู่เหมือนกัน
      เช่น การตลาดออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ค, adwords หรือชุมชนอย่าง Pantip
      (อ่านตัวอย่างนี้ครับ เจอปัญหาเรื่องทำเลเหมือนกัน http://pantip.com/topic/30441364)

      ส่วนตัวผมคิดว่า 3-4 ปัจจัยหลักที่จะทำให้ธุรกิจ offline อยู่รอด (แบบไม่วิชาการมาก)

      1. ของที่ขายหรือบริการต้องดีจริง
      2. สายป่านหรือเงินทุนต้องมากพอที่จะอยู่รอดในช่วงเริ่มต้นได้
      3. ทำเล (อาจไม่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ควรแย่ที่สุดเหมือนกัน)
      4. การตลาด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ออนไลน์นะครับ แม่ค้าบางคนนี่เก่งมากแบบออฟไลน์นี่แหล่ะครับ เดินคุยเดินแจกตัวอย่างสินค้า

      ที่เหลือเป็นเรื่องของดวงละครับ
      ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครให้คำตอบที่ 100% ว่าทำแบบนี้ 1 2 3 แล้วจะสำเร็จได้
      ประเด็นอาจจะอยู่ที่เราจะจำกัดความเสี่ยงไว้แค่ไหน และตัวเราเองอยู่กับธุรกิจนั้นได้รึเปล่า

      มีเคสของเพื่อนในกลุ่ม AMZ Course ท่านหนึ่ง ทำร้านรับกำจัดขน ทำเลวังเวงมาก
      เขาก็ใช้วิธีแจกใบบลิวประชาสัมพันธ์ สร้างฐานลูกค้าประจำด้วยโปรโมชั่นต่างๆ
      และตอนนี้ก็เพิ่มในเรื่องการตลาดออนไลน์คือ โฆษณาเฟสบุ๊คแบบจำกัดพื้นที่ และทำ SEO ในคำที่ตรงกลุ่มลูกค้า

      ไม่ง่ายครับ และต้องใช้เวลา ถ้าเราอ่านบทความเกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจมากๆ จะคุ้นกับคำๆ นึง คือ
      Passion หรือความหลงไหลในสิ่งที่ทำ ส่วนตัวผมคิดว่าสิ่งนี้สำคัญในแง่ที่ว่า ธุรกิจที่เราจะทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่เราชอบมากพอที่เราจะอยู่กับมันได้
      อาจจะไม่ถึงกับรักมากกกกก ตายแทนกันได้ ลองคิดดู ถ้าเปิดร้านแล้วเงียบกริ้บ หรือเปิดร้านแล้วเจอปัญหาที่ไม่ได้คิดไว้สารพัด
      ถ้าคุณไม่ได้รักที่จะอยู่กับมัน และเป้าหมายไม่ชัดพอ เราก็จะเลิกล้มไปในที่สุด

      มาม่าอาจจะเทน้ำร้อนแล้วรอสามนาทีก็เปิดฝากินได้ แต่ธุรกิจไม่ใช่ครับ…

      Reply
  20. เปัน บันนาทีกานหนังสืพีมยุ่ นะคอนหลวงเวียงจัน สปป ลาว ยากทำทุละกีดขายของส่ง โดยสะเพาะสีนค้าอุปะโพก เช่น ผงชักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ้ม ยาสีฟัน โดยรับจากบอลีสัดผลีดตงที่ไท เพาะราคาภูก จะพอมีวีทีแนะนำบ้างไหมคะ (ขอโทดพีมพาสาไทบ่อเก่ง) ขอบคุนมากคะ

    Reply
    • สะบายดี,

      ผมเข้าใจว่าการเข้าไปซื้อตรงกับผู้ผลิตน่าจะยากครับ เพราะผู้ผลิตก็จะมีบริษัทที่จัดจำหน่ายให้
      น่าจะต้องติดต่อซื้อกับตัวแทนเหล่านั้นหรือยี่ปั๊ว ผมคิดว่าในตัวจังหวัดที่ชายแดนติดกันน่าจะหาไม่ยากครับ (หนองคาย, อุดร, …)

      อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ ผู้ผลิตรายเล็กๆ ที่ต้องการขยายตลาดครับ
      การติดต่อทำธุรกิจกับบริษัทแบบนี้น่าจะง่ายกว่า และไม่ยุ่งยาก
      อาจจะใช้ช่องทางออนไลน์ หรือประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท่องถิ่นที่คุณทำงานดูก่อน
      น่าจะเป็นอีกวิธีที่เริ่มต้นได้ง่าย และใช้ทุนน้อยกว่าครับ

      Reply
  21. สวัสดีค่ะ

    ตอนนี้มีไอเดียขายของในเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ของญี่ปุ่นค่ะ เพราะมีความตั้งใจที่อยากให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักที่นั่น กระแสเริ่มมีมาบ้าง สินค้าที่ขายพอนึกออกบ้างแล้ว เพิ่งจะมีแค่ความคิดเท่านั้น ต่อไปต้องศึกษา วางแผนและลงมือทำจริงจังค่ะ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหนดี เชื่อเข้ามาอ่านเว็บนี้จะทำให้สามารถหาคำตอบและต่อยอดได้ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    Reply
  22. ขอคำแนะนำหน่อยคะ จะจ้างผลิตสินค้าสมุนไพร มีผู้ผลิตแล้ว แต่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ก่อนแล้วนำไปจะอย.
    เรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำมาทำเว็บหรือเปล่าคะ หรือควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว

    Reply
    • แยกเป็น 2 ส่วนนะครับ

      1. ตัวสินค้าควรจะจัดเตรียม อย. และเอกสารสำคัญต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนขาย
      2. เว็บจะดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องเลยก็ดีครับ เดี๋ยวนี้ดำเนินการได้ไม่ยากครับ คลิกอ่านรายละเอียด

      Reply
  23. ผมอยากเริ่มต้นสิ่งดีๆบ้างครับ ผมขอคำเนะนำหน่อยครับว่าจะทำอะไรดีครับเพราะส่วนใหญ่เขาก็มีกันหมดแล้วYY

    Reply
    • 1. ผมตอบแทนตัวคุณเองไม่ได้ครับว่า “ทำอะไรดี”

      2. ความคิดที่ว่า “ส่วนใหญ่เขาก็มีกันหมดแล้ว” อันนี้ผมอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยครับ
      เพราะสิ่งเดิมๆ ก็ยังสามารถนำเสนอในคนละมุมมอง จับกลุ่มลูกค้าใหม่ วางตำแหน่งของสินค้าเสียใหม่ได้
      ประเด็นของบทความนี้จึงอยู่ที่ หาสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัวคุณ เอาสิ่งนั้นมาทำสอบด้วยเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบัน เช่น facebook ads, adwords
      เพื่อหาความเป็นไปได้ และโอกาสที่จะพัฒนาต่อไปเป็นธุรกิจครับ

      Reply
  24. ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ คือทำครีมและสบู่ประเภท ไร้สารเคมี เป็นออแกนิค ยอดคงที่ ไม่กระเตื้องขึ้นเลย เพราะคู่แข่งเยอะ แต่รายได้พออยู่ได ้หากต้องการให้ยอดมากความนี้ ควรลุยการตลาดแบบไหนดีคะ เพราะส่วนใหญ่ได้ฐานลูกค้าจากคนใกล้ตัวและ ลูกค้าที่บอกปากต่อปากแนะนำกันมาก หากต้องการเพิ่มยอดขาย แต่มีงบการตลาดที่น้อยนิด ควรทำอย่างไรดี

    Reply
    • ยินดีด้วยครับ คุณก้าวข้ามการเริ่มต้นธุรกิจมาจนถึงจุดที่จะหล่อเลี้ยงให้มันไปต่อและสเกลให้ขนาดธุรกิจใหญ่ขึ้นแล้ว
      ผมคิดว่าตอนนี้มี 2 ส่วนหลักที่คุณต้องให้ความสำคัญ คือ การรักษาลูกค้าเก่า และการหาลูกค้าใหม่

      ช่องทางการตลาดเดี๋ยวนี้มีหลากหลายมากครับ ไม่ว่าจะเฟสบุค, adwords, webboard ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ที่ตัวคุณส่วนนึงด้วยว่าถนัดเครื่องมือไหน
      ซึ่งถ้าข้อจำกัดคืองบประมาณ ส่วนตัวผมถนัดการใช้งาน webboard ครับ โดยหลักการคร่าวๆ ก็คือ การเข้าไปในกลุ่มที่น่าจะมีความสนใจในตัวสินค้าเรา
      อย่างในเคสสินค้าคุณก็อาจจะเป็น กลุ่มคนรักสุขภาพ, คนรักผิวพรรณ แล้วลองดูว่าจะช่วยตอบคำถามหรือให้คำแนะนำกับพวกเขาอย่างไรได้บ้าง
      ในแต่ละคำตอบ หรือข้อแนะนำก็อาจจะใส่เป็นลิงค์กลับมาที่แฟนเพจ หรือเว็บไซด์ของเราครับ
      เป็นอีกวิธีที่ผมคิดว่าได้ผลดี และใช้เวลาบกวกับความรู้ในตัวสินค้าเป็นหลักครับ

      Reply
  25. ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่เอามาแชร์ มันมีความหมายกับเราในตอนนี้มากเลยคะ เพราะกำลังค้นหาตัวเอง กำลังค้นหาทางเดินของธุรกิจว่าจะก้าวต่อ หรือจะเปลี่ยนดี
    ตอนนี้กำลังทำสลัดโรลขายอยู่คะ และก้เมนูพิเศษประจำวันทำมาจะครบปีแล้ว ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตอนนี้คนทำเยอะมากเลยทีเดียว แต่ที่โชคดี คือรสชาติน้ำสลัดที่แตกต่างจากของเจ้าอื่น (ลูกค้าจะชอบขอซื้อน้ำสลัดแยกไปด้วย) ลูกค้าขาจรก้กลายมาเป็นลูกค้าประจำแต่ทว่า ลูกค้าขาประจำก้เริ่มหายไป ที่หายไปเพราะเค้าคงเริ่มเบื่อ (ลูกค้าประจำ คือ ลูกค้าส่วนใหญ่จะทานติดต่อกันทุกวันเป็นเดือน) และก้จะเป็นวงโคจรแบบนี้เรื่อยๆ ทำให้ที่ร้านมีลูกค้าหมุนเวียนเรื่อยๆ แค่ถามว่ายอดดีเหมือนเดิมไม๊ ก้ไม่ เพราะจากแต่ก่อนลูกค้าเห็นเป็นสิ่งแปลกใหม่ ก้กลับกลายเป็นเกลื่อนและเยอะมากๆ มีทุกที่ขาย มีทุกตลาดนัด
    หลังจากที่อ่านจากประสบการณ์ของคุณ ทำให้เราเริ่มอยากที่ขายเฉพาะน้ำสลัดให้กับคนที่สนใจทำสลัดขายเลย ^^งั้นขอรบกวนปรึกษาคะเราควรจะเริ่มจาก FB ที่เราเคยทำไว้แล้วดีไม๊ค๊ะ หรือซื้อโฆษณากับ FB เลยดี..!!??
    ขอบคุณนะคะ ^^

    Reply
    • ยินดีมากครับ ข้อดีของการเป็นผู้เล่นตัวเล็กๆ อย่างเราก็คือ ความคล่องตัว
      ผมคิดว่าการปรับธีมของแฟนเพจเดิมก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีครับ อาจจะเป็นข้อดีด้วยซ้ำ
      ถ้าคุณจะลองโยนไอเดียน้ำสลัดลงไปถามแฟนเพจเดิม เป็นอีกวิธีในการเทสไอเดียที่ดีมากๆ
      เมื่อไอเดียได้รับการตอบรับ ไม่ว่าจะคอมเม้นดีหรือไม่ดีแล้วนำมาปรับปรุงสินค้า เพื่อโฆษณาผ่าน fb ต่อไป
      ผมเชื่อว่าเป็นแนวทางที่สร้างธุรกิจได้ในระยะยาวแน่นอนครับ

      Reply
  26. ขอบคุณมากช่วงเวลานี้ก็เครียดธุรกิจหมุนไปได้แต่ไม่ได้มีเก็บมาก…คิดไม่ออกว่าจะทำยังไง อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นคะ

    Reply
  27. พอดีอยากเปิดร้านเครื่องสำอาง
    แต่ไม่รุ้จะเริ่มยังไงค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ

    Reply
  28. ขอบคุณมากนะคะ สำหรับประสบการณ์
    ตอนนี้มีลูกบ้าเยอะมาก ด้วยสภาพแวดล้อมหลายๆอย่าง แล้วมีสินค้าในใจที่อยากขายแล้ว แต่ยังไม่รู้จะขายที่ไหน เพราะเป็นอาหารทำสด แต่ก็ไม่อยากฝากขาย หรือตั้งร้าน เพราะอยากเห็น Feedback จากลูกค้า ครั้นจะขายออนไลน์ ก็ยังแอบสงสัยว่าจะทำได้จริงมั้ยเนี่ย? 555 แล้วก็ล้มเลิกไปเลย ยังไม่ทันเริ่ม
    อ่านจบ ตอนนี้มีกำลังใจแล้วค่ะ
    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

    Reply
    • พอมีบริการอย่าง grab bike เปิดให้บริการ
      คนขายสินค้าที่เป็นอาหารสด (อย่างอาหารญี่ปุ่น อาหารทะเล) ก็โล่งใจมากขึ้น 🙂
      การจัดส่งทำได้สะดวกมากขึ้น
      ผมแนะนำให้เริ่มต้นโดยการจำกัดพื้นที่จัดส่งก่อนครับ
      รวมถึงจำกัดพื้นที่ในการทำการตลาดด้วย เช่น ถ้าใช้ facebook ads ก็อาจจะเลือกพื้นที่การโฆษณาในเขตที่เราสามารถจัดส่งได้จริงก่อน
      ถ้า feedback ดีและความพร้อมของทีมเรามากขึ้นค่อย scale up ขึ้นไปในพื้นที่รอบๆ ครับ

      Reply
  29. สวัสดีค่ะ ดิฉันได้อ่านจากประสบการณ์แชร์ต่างๆๆทำให้มีกำลังใจสู้ขึ้นมาเลยค่ะ คือดิฉันทำงานโรงแรมมาหลายปีค่ะตอนนี้ลาออกแล้วเพราะว่าปัญหาหลายๆๆอย่างค่ะเลยไปเรียนสปาผู้บริหารมาเพราะชอบทางด้านค่ะนี้เคยหาทำเลหลายที่แต่ราคาแพงมากๆๆค่ะและคู่แข่งเยอะมากตอนนี้ได้ติดต่อกับเจ้าขายเทียนหอมนวดและอยากจะทำธุระกิจส่งออกพวกสปาทั้งหลายแต่ไม่รู้จะหาตลาดอย่างไรดีค่ะกรุณาช่วยแนะนำได้ไหมค่ะขอบคุณมากๆๆค่ะ

    Reply
    • ลองเริ่มต้นด้วยการหา partner ทางธุรกิจดีมั้ยครับ
      ผมขอยกตัวอย่างเพื่อนท่านนึงกลุ่ม amz course ที่ทำธุรกิจร้านนวดไทยใน uk
      และขายสินค้าเกี่ยวกับสปาใน amazon uk ด้วย
      ลองค้นหาและติดต่อกลุ่มคนเหล่านี้ และนำเสนอสินค้าหรือความช่วยเหลือบางอย่าง
      เช่น souring สินค้าดี ราคาเหมาะสม และจัดส่งให้กับคนทำธุรกิจทางโน้น
      ใช้ทักษะการสื่อสารที่คุณมี share profit กัน

      วิธีการเริ่มต้นก็ไม่ยากเลยครับ แค่ลองค้นหาในกูเกิลด้วยคำเช่น “thai massage + london”

      หรือถ้าอยากทดลองในแนวขายเอง ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการสมัครขายของบน amazon
      ที่ให้คุณสามารถทดลองขายได้ฟรีก่อน 30 วัน แม้ว่าสินค้าในกลุ่มนี้จะมีคู่แข่งมาก แต่ถ้าสินค้ามีความแตกต่างและนำเสนอได้น่าสนใจ
      ผมยังเชื่อว่า มีโอกาสดีๆ รออยู่แน่นอนครับ

      Reply
      • ขอบคุณมากๆๆนะค่ะที่ให้คำแนะนำดีๆๆและทำให้หลายๆๆท่านได้มีกำลังใจสู้และพยายามต่อไปค่ะ

        Reply
  30. หนูดีใจมากเลยคะ ที่มาเจอเพจพี่ในวันนี้ คือหนูมีเรื่องจะปรึกกษาในการทำธุรกิจของหนูนะคะ คือปกติหนูมีงานประจำอยู่แล้วในหน่วยงานราชการ ถึงจะทำงานหนักแค่ไหนก้อได้ตามเงินเดือนเช่นเดิม แต่ตอนนี้ที่บ้านหนูทำธุรกิจขายกาแฟโบราณ ก้อขายได้เรื่อยๆ และสิ่งที่หนูกำลังจะทตอนนี้คือ ทำเฉาก๊วยขายส่ง ปลีก ซึ่งแต่เดิมเจ้าของเฟรนไชส์ที่หนูสั่งของด้วยจะขายเฉาก๊วย ทีนี้พี่เขาไม่มีเวลาทำ ธุรกิจพี่เขาเยอะ พี่เขาเลยอยากให้หนูทำ คือผลิตเฉาก๊วยเอง ทพเอง ส่งเองนะคะ หนุรบกวนขอคำแนะนำพัี่หน่อยนะคะ ว่าหนูต้องเริ่มยังงัย การวางแผนการขาย การโฆษณาต่างๆ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุนคะ

    Reply
    • ขอบคุณและยินดีมากๆ ครับ
      ช่วงนี้ผมทดลองอะไรใหม่ๆ บ่อย
      โดยเฉพาะการพลิกธุรกิจ offline ขึ้นมาเป็นธุรกิจ online
      และพบว่า สินค้าหรือธุรกิจมีลักษณะเฉพาะของมัน บางอย่างยาก บางอย่างยากมากๆ 555+ (ง่ายๆ ยังไม่เจอครับ)

      สำหรับธุรกิจผลิตเฉาก๊วยเองก็มีผู้ผลิตและขายหลายเจ้า
      จากที่ผมดูเบื้องต้นบนช่องทางอย่าง facebook –> เฉาก๊วย
      พบว่า ส่วนมาก จะใช้ facebook เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์เฟรนชาย
      ยังหาเจ้าที่ขายออนไลน์เลยไม่มี

      ตรงนี้ก็เป็นการบ้านของคุณ Praery ครับที่ต้องไปคำนวนและหาเหตุผลว่าเพราะอะไร ? ทำไมเขาไม่ขายออนไลน์กัน
      ไม่คุ้มทุน หรือเพราะยังคิดไม่ถึง

      วิธีง่ายที่สุดตอนนี้และมีค่าใช้จ่ายน้อยมากๆ ก็คือการเปิดเพจและลองโฆษณาเพื่อทดสอบไอเดียเบื้องต้นก่อนครับ
      วิธีการเปิดเพจ และการโฆษณาผ่าน facebook ก็สามารถหาความรู้เบื้องต้นได้ฟรีผ่านยูทูปหรือกูเกิลครับ

      การทดสอบไอเดียอาจจะไม่ทำได้ทำกำไรในตอนเริ่ม แต่มันจะช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราคิดมันมีคนพร้อมจ่ายรึเปล่า
      เริ่มต้นให้เร็ว และจำกัดความเสี่ยง (เงินทุน) ครับ
      คำตอบอยู่ในสนามจริง ไม่มีในตำราแน่นอนครับ
      และแน่นอนว่า คำตอบที่เราได้ กับคนอื่นได้ก็ไม่เหมือนกัน
      ลุยครับ !!!

      Reply
  31. ขอบคุณมากค่ะสำหรับประสบการณ์ที่แชร์มา ตอนนี้สนใจอยากจะทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกออนไลน์ และขายของออนไลน์เพราะตอนนี้ก็ขายของผ่านเฟสบุค ไอที ไลน์ช็อป วีเลิฟช็อปปิ้ง เทพช็อป แต่เป็นสินค้าหลายอย่างเพราะทำเป็นแบบไม่สต็อคสินค้าค่ะ เพราะไม่มีทุน แต่ตอนนี้ยังขายไม่ได้เลยมีแต่คนไลค์แต่ไม่มีคนซื้อ ทำมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วค่ะ อีกทั้งมีข้อจำกัดที่ทำงานทุกวันนี้ไม่สามารถเอามือถือเข้าที่ทำงานได้ ซึ่งมีความคิดอยากลาออกมากเพราะงานที่ทำมากกว่าเงินที่รับมันดูไม่คุ้มค่าและใช้เวลากับงานประจำอย่างมากแถมตอนนี้ยังมีภาระหนี้สินที่เยอะมากกว่ารายรับจึงหาทางที่จะมาทำขายของออนไลน์เพราะคิดว่าไม่ต้องลงทุนไรมาก ตอนนี้อยากลาออกแต่ก็ยังไม่สามารถเนื้อจากเรายังไม่มีรสยได้ทางอื่นที่รองรับได้ จึงไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีรบกวนแนะนำด้วยค่ะ เครียดมาก

    Reply
    • ผมให้เทคนิคที่ผมใช้และคิดว่ามัน “เวิร์คมากๆ” ก็คือ โฟกัสที่กลุ่มลูกค้ามากกว่าตัวสินค้า
      ลองดูตามเว็บบอร์ดหรือกลุ่มต่างๆ บนเฟสบุคครับว่า มีกลุ่มคนที่สนใจ หรือมีปัญหาในเรื่องไหน – ที่เราสามารถนำเสนอสินค้าเพื่อแก้ปัญหาให้เขาได้
      เช่น กลุ่มคนเป็นโรคเบาหวาน กลุ่มคนชอบตัวต่อหุ่นยนต์ เมื่อเจอกลุ่มคนเหล่านั้นแล้ว ค่อยคิดถึงตัวสินค้าครับ

      ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ต้องลงทุนทั้งนั้นครับ เพราะใครๆ ก็คิดว่า “งานออนไลน์ลงทุนไม่มาก” ทุกคนก็กระโดดเข้ามาแข่งขันกัน
      เมื่อการแข่งขันมาก สิ่งที่คุณต้องลงอาจไม่ใช่แค่เงิน แต่อย่างน้อยคือต้นทุนที่เป็นเวลา ที่คุณต้องแลกกับการศึกษาหาข้อมูลและลงมือทำ

      ไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำครับ คุณสามารถเริ่มต้นและทดสอบสิ่งที่คิดได้ทันที (ข้อดีของออนไลน์)
      คำถามคือ คุณยอมเอาเวลาลงทุนมากแค่ไหน ??

      ถ้าเราไม่มีเวลาในตอนกลางวันอย่างคนอื่นเขา เราต้องแลกช่วงเวลาในตอนกลางคืน
      เอาเวลามาวิเคราะห์ลูกค้า หากลุ่มลูกค้า หาความรู้เพิ่ม

      ไม่มีความสำเร็จไหนได้มาโดยง่าย ทุกคนต้องแลกทั้งนั้น

      มาร์ค ซักเกอรเบิรก แลกช่วงเวลาวัยรุ่นของเขากับงานและสิ่งที่หลงไหล
      แจ็ก หม่า เดิมพันทั้งชีวิตกับความเชื่อและความคิดของเขา

      Reply
  32. ขอบคุณแรงบัลดาลใจดีๆในการเริ่มต้นธุรกิจนะคะ แต่อยากขอคำปรึกษาเพิ่มเติมอีกซักหน่อย ถึงความเป็นไปได้
    ในไอเดียธุรกิจที่ดิฉันคิดไว้ (ซึ่งที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน แต่ใช้ฝีมือและทีมงานมืออาชีพ)
    ดิฉันเป็น พนง ประจำที่ทำงานออกแบบให้บริษัทอีเว้นท์แอนด์เวดดิ้งแห่งหนึ่งของภูเก็ตค่ะ แต่เนื่องจากอยากมีรายได้เพิ่ม จึงลองนำผลงานตัวเองไปเสนอที่ร้านเวดดิ้งใหญ่ๆ 2 ร้าน ทำให้ทราบว่า ทั้ง 2 ร้านนี้ มีภาพพรีเวดดิ้งมากมาย
    ที่รอการรีทัช(เป็นพันๆภาพ) จึงเกิดไอเดียธุรกิจที่จะรับงานรีทัชของร้านเวดดิ้งมาทำค่ะ คิดค่ารีทัชเป็นรายชิ้น เนื่องจากเป็นงานที่ตัวเองถนัดและมีกลุ่มเพื่อนที่มีฝีมือในด้านนี้โดยตรงและทำงานได้เร็ว
    มีความคิดจะทำการตลาดแบบออนไลน์ เปิดเว็ปไซต์, ส่งเมลไปนำเสนองานและเดินเข้าไปเสนองานเองโดยตรงตามร้านเป้าหมาย แต่มีความลังเลใจตรงที่ว่า กลัวลูกค้าจะคิดว่าไม่คุ้มค่าที่จ้างรีทัชเป็นรายชิ้น (กลัวลูกค้าคิดว่าการจ้างพาร์ททามมาทำงานคุ้มค่ากว่า) ดิฉันควรจะคิดและทำอย่างไรดีคะ

    Reply
    • ขอแสดงความยินดีก่อนล่วงหน้าเลยได้มั้ยครับ…!!
      ในโลกยุคปัจจุบันการเริ่มต้นธุรกิจ “ยิ่งแคบ” หรือยิ่งเฉพาะทางก็ยิ่งง่ายกับการเริ่มต้น

      คำถามของคุณทำให้ผมนึกถึง บริการพนักงานส่งเอกสาร รายเดือน
      ที่สามารถหยิบยกข้อดี และดึงคุณค่าให้กลุ่มลูกค้าเห็นได้ว่า “ทำไมจ้างรายเดือน ดีกว่าจ้างประจำ”
      ผมคิดว่าตอนแรกเริ่ม คนที่ทำธุรกิจนี้ก็น่าจะมีคำถามในใจไม่ต่างกับคุณ คือ “ทำไมต้องมาจ้างเรา ?”

      เหตุผลที่ทำให้ลูกค้าต้อง outsource งานออกมามีมากมายเลยครับ
      ไม่ว่าจะเรื่องของคุณภาพ และความรวดเร็ว ฯลฯ

      ลองดูตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับธุรกิจคุณอีกนิดมั้ยครับ
      Removebackground.comเป็นบริการรับทำพื้นหลังขาว
      สำหรับลูกค้าที่ขายของออนไลน์ บริการของเจ้านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2-3 ปีที่ผ่านมา
      เพราะคุณภาพของงาน ความรวดเร็ว (มีทีมงานเยอะ การันตีเวลาส่งงานได้)

      ด้วยสินค้าที่คุณมีอยู่ มั่นใจได้เลยครับว่ามันมี demand
      อยู่ที่คุณจะสามารถดึง value ออกมานำเสนอได้ดีมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง 😉

      Reply
  33. สวัสดีคะ รบกวนขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ ‘การทดสอบไอเดีย’ ดังที่คุณได้กล่าวให้คำแนะนำแก่บุคคลอื่นๆหน่อยนะคะ
    ตอนนี้ดิฉันทำเว็ปเพจเพื่อจะลงโฆษณากับ Google Adwords เสร็จแล้วค่ะ และดิฉันพยามจะหา Keyword ที่น่าจะเป็นสุดยอดผลลัพการค้นหาไม่ได้เลย พยายามใช้ Google Keyword Planner, Google Trend ตามวิธีในยูทูปแต่ดูเหมือนระบบมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็ไม่ได้คำๆนั้นมา คุณพอจะช่วยแนะนำได้มั๊ยค่ะ?
    “สินค้าและบริการของดิฉัน คือ รับรีทัช ไดคัทสินค้าและภาพทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ถ่ายมาเอง ภาพที่ถ่ายจากสตูดิโอหรือภาพถ่ายสินค้า สำหรับลูกค้าที่ทำการค้าขายสินค้าออนไลน์ หรือร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ต้องการให้สินค้ามีความโดดเด่นน่าสนใจ ด้วยการทำงานของช่างรีทัชมืออาชีพมากประสบการณ์ โดยใช้โปรแกรม Photoshop ร่วมกับปลั๊คอินเสริมต่างๆ ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกสิ่งตรงตามความต้องการของลูกค้า”
    ตอนนี้ Keyword ที่ดิฉันคิดไว้คือ “รับตัดต่อ รีทัช ไดคัทสินค้าและภาพทุกประเภท” มันจะยาวเกินไปสำหรับการเป็นคีย์เวิร์ดรึป่าวค่ะ ขอบคุณล่วงหน้ามากๆจริงๆคะ

    Reply
    • แอตโฆษณาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเริ่มต้นได้เร็วและง่ายมากครับ
      แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้า และรู้จักเครื่องมือที่จะใช้

      ผมขอยกตัวอย่าง adwords (text) กับ facebook ads
      พฤติกรรมโดยมากของค้นที่เข้าใช้กูเกิลในการค้นหาคือ เจอปัญหา ต้องการหาวิธีแก้ปัญหา
      ส่วน facebook ads ส่วนมากจะเป็นการกระตุ้นความสนใจ โดยโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้า
      — นี่คือความต่างของเครื่องมือ

      ที่นี่ในเคสของคุณ
      คำค้นอย่าง “รับรีทัช” ก็มีการค้นหาครับ (ดูจาก google keyword planner) แต่น้อยกว่า (น้อยกว่ามากๆๆๆๆๆๆๆ) คำว่า “สอนรีทัช”, “สอนแต่งรูป”
      หรือคำค้นอย่าง “พื้นหลังสีขาว” ก็มีปริมาณการค้นหาสูงมาก จะเห็นว่าคำเหล่านี้อาจไม่ตรงใจในสิ่งที่คุณคาดไว้
      แต่ในอีกมุมนึง ถ้าคุณปรับจากเว็บเพจที่ต้องการจะเสนอขายบริการแต่งภาพ เป็นการสอนหรือแนะนำเครื่องมือในการรีทัช
      จากนั้นท้ายบทความอาจจะมีการเสนอขายอีกครั้ง แค่การปรับวิธีคิดและเข้าใจกลุ่มลูกค้ามากขึ้นก็สามารถเพิ่มโอกาสได้อีกมาก

      หรือการขยับใช้เครื่องมืออย่าง facebook ads แล้วโฟกัสไปที่กลุ่มช่างภาพ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้

      กลับไปที่ตอนต้นของคำตอบ คือ คุณต้องเข้ากลุ่มลูกค้า และรู้จักเครื่องมือที่จะใช้ครับ

      Reply
  34. สวัสดีคะ รบกวนขอคำปรึกษาหน่อยคะ คือตัวเองทำงานด้านกราฟิกมา13ปีแล้ว มีความรู้อย่างชำนาญในเรื่องการออบแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบ งานถ่ายภาพ(ที่ผ่านมาเป้นลูกน้องเค้ามาตลอดคะ) ตอนนี้อายุ 30 แล้วคะ และกำลังจะออกมากบริษัทและมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง เงินทุนมีอยู่บ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มเดินยังไง
    ปล. สาเหตุหลักๆที่ออกคืออยากกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ด้วย และเพราะความอยากที่จะเปิดกิจการเป็นของตัวเองคะ

    Reply
    • จังหวะพอดีกับที่ผมเพิ่งดูวีดีโอเรื่อง Freelance อยู่เลยครับ
      แน่นอนว่าในสายงานลักษณะนี้ การเริ่มต้นที่น่าจะง่ายที่สุดคือการรับงานลักษณะ freelance
      แต่หัวใจของการที่จะไปได้ไกลกว่าคือ เราจะเปลี่ยนจากแค่ freelancer คนนึงเป็นแบรนด์หรือองค์กรได้ยังไง

      ตัวอย่างดีๆ ในการ setup ธุรกิจในสายงานนี้เพียบเลยครับ
      ลองดูที่ https://www.freelancelift.com/ (สมัครสมาชิกแล้วดูบทแรกฟรีครับ มีอีบุคเรื่องการ setup ธุรกิจ freelance ให้โหลดมาอ่านได้ด้วยครับ)
      คุณพี่ Paul Jarvis ก็เป็นฟรีแลนซ์อีกคนที่สร้างธุรกิจผ่าน personal branding ได้ดีมากๆ อีกคนครับ

      Reply
  35. ขอสอบถามหน่อยนะค่ะ อยากทำธุรกิจมากเลยค่ะ ซึ่งพอดีมีภาระหน้าที่ตอนนี้สำหรับมนุษย์เงินเดือนสูงมากๆเงินเดือนเลยไม่ค่อยพอใช้ รายได้คงที่แต่รายจ่ายสูงค่ะ เลยคิดจะหาอะไรทำเพิ่มเติมควบคู่กับงานประจำไป ตอนนี้มีความสนใจเรื่องข้าวสารค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องกินเป็นประจำ แล้วบวกกับที่บ้านมีอาชีพทำนาที่พอจะปลูกข้าวได้บ้าง เลยกำลังคิดว่าถ้าขายปกติทั่วไปมันก็จะไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปกับคนอื่น แต่ถ้าเราเพิ่มหรือดัดแปลงและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ มันก็น่าจะดีกว่าเดิม รบกวนแนะนำด้วยนะค่ะ และขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนี้ค่ะ

    Reply
    • …ตอบไม่ง่ายครับ
      ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแล้วกันนะครับ (ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแน่นอน แต่น่าจะพอเป็นไอเดียได้บ้าง)

      โจทย์หลักของการเริ่มต้นธุรกิจมี 2 คำถามที่ต้องตอบให้ได้

      1. ขายอะไร
      2. ขายยังไง

      จากต้นทุนที่คุณมีในตอนนี้ ผมคิดว่าโจทย์ข้อแรกคุณมีคำตอบแล้ว น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ
      ที่นี่โจทย์ที่คุณต้องทดลองหาคำตอบคือ จะขายมันยังไง โดยอยู่ภายใต้ข้อจำกัด
      ผมเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทดลองไอเดียกับกลุ่มลูกค้าไว้ ลองอ่านนะครับ

      ปัจจุบันเราสามารถทดสอบไอเดีย กับกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมากๆ ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง
      แต่สิ่งสำคัญที่ผมอยากเน้นคือ การมองกลุ่มลูกค้า
      คำที่ว่า “…เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องกินเป็นประจำ” ส่วนตัวผมคิดว่าคำนี้จะทำให้เราหลงทางได้
      ไม่ใช่คนไทยทุกคนที่กินข้าวจะเป้นลูกค้าเราได้ วิธีคิดและการเริ่มต้นกว้างๆ แบบนั้นอาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ และการจัดการยากไปด้วย

      แต่กลับกัน ถ้าเราเริ่มต้นโดยการโฟกัสไปที่กลุ่มคนรักสุขภาพ โดยลงลึกไปอีกชั้นด้วยช่วยอายุ 40-45 ปี
      วิธีการทำการตลาด และการใช้คำในการสื่อสารของเราจะง่ายและชัดเจนขึ้นครับ

      แน่นอนว่าสินค้าที่มีสินค้าตั้งต้นอย่างเช่น “ข้าว” ยังสามารถต่อยอดได้อีกมากมาย
      อยู่ที่คุณแล้วครับ ว่าจะ “ขายยังไง”

      มีตัวอย่างแบรนด์ที่เริ่มต้นเล็กๆ กับกลุ่มลูกค้าเล็กๆ แต่แข็งแรงมากมาย
      ล่าสุดที่ผมเห็นและประทับใจ (เห็นโฆษณาในโรงหนัง) ก็คือ แบรนด์สินค้าออรแกนิค Ruenrom Organic Living
      ลองดูวิธีการสื่อสารแบรนด์ การสร้างเรื่องราว และนำเสนอสินค้าให้กลุ่มลูกค้าของเขาสิครับ 😉

      รื่นรมย์

      Reply
  36. สวัสดีคะ… หนูอายุ 19 อยากทำธุรกิจส่วนตัวบ้าง เด็กไปมั๊ยคะ ?? ประเด็นหลักเลยคือ… อยากให้พ่อแม่สบาย ไม่ต้องรวยมาก แต่ขอแค่พ่อแม่ไม่ลำบาก ส่งน้องเรียน ก็พอแล้ว ไม่มีความรู้อะไรเลยคะตั้งใจอยากทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ซักอย่างที่คิดไว้คือผงขัดตัวกากกาแฟคะแต่ไม่รู้เริ่มยังไง ? ส่วนทุนก็พอหาได้คะ ถ้ารู้ว่าใช้เท่าไหร่ยังไงขั้นตอนการทำยังไงก็ช่วยแนะนำหนูด้วยนะคะ

    Reply
  37. สวัสดีคะ นั่งอ่านทุกคอมเม้นเลยคะ .ชอบความคิดคุณมาก .ตอนนี้ทำงานประจำ .และเพิ่งเริ่มขายน้ำพริก .ตอนแรกก้อไม่เคยคิดจะเริ่มธุรกิจแต่ด้วยความที่อยากมีรายได้เสริม .ทำงานอย่างเดียวไม่พอกิน .บวกกับเพื่อนๆที่เคยได้กินน้ำพริกฝีมือแม่แล้วบอกวาอร่อยมาก .เลยผุดไอเดียการทำน้ำพริกขาย .ตอนแรกก่อนลงมือ .ความคิดมันฟุ้งไปหมดในหัว แต่พอลงมือทำอะไรมันก้อยากไปหมด การขายน้ำพริกของดิฉันเริ่มจากการทำให้เพื่อนๆ คนรอบตัวชิม ลองสุตรผิดถุก จากนั้นก้อลองส่งให้เพื่อนต่างจังหวัดลองชิมบ้าง ทุกคนที่ได้ชิมพุดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย ดิฉันลองลงไปนั่งขายในตลาด .คนไม่รุ้จักสินค้า .ตั้งให้เค้าชิม เค้าก้อไม่ค่อยชิมกัน ขายได้น้อยมาก นำไปฝากขายก้อขายได้น้อย คุ่แข่งก้อมีมากอยุ่ ดิฉันสร้างเพจแต่ก้อมีคนสนใจน้อย ไม่ค่อยมีคนรุ้จักสินค้า แต่ทุกคนที่ได้กินได้ชิมจะสั่งเพิ่มมาตลอด แต่ตอนนี้ลุกค้าส่วนมากกว่าก้อเปนคนที่รุ้จักกัน ตลาดแคบมาก ขายออนไลน์ก้อไม่มีคนสนใจ อีกอย่างน้ำพริกที่ขาย ไม่ได้ใส่สารกันบุด เลยทำให้เสียง่ายเวลาโดนแดดแรงๆ แต่ถ้าวางไว้ในอุณหภุมิห้องรึใส่ตุ้เยนเก้บได้เปนเดือน พอนำไปวางขาย โดนแดดแรงเลยเสียง่าย เริ่มมา3เดือนแร้ว ดิฉันควรทำอย่างไรต่อไปดีคะ ตอนนี้ไปไม่ถุกเลยว่าจะขายที่ไหนอย่างไร แล้วทำอะไรต่อไปดี

    Reply
    • ขอบคุณมากครับสำหรับการติดตาม
      ต้องบอกเลยว่า “ขายออนไลน์ก้อไม่มีคนสนใจ” ไม่จริงงงงงงงงง !!
      ที่กล้าบอกเต็มปากแบบนี้เพราะ ผมเพิ่งทดลองโปรเจคให้เพื่อน กับสินค้าแนวนี้เลยครับ
      ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ คือสินค้าเป็นอะไรที่แคบกว่าน้ำพริกด้วยซ้ำ เป็นของกินที่คนในท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้จัก
      แต่มันขายได้ !! และขายง่ายด้วย

      เรื่องของปัญหาในการเก็บรักษานั้นก็มีเหมือนที่คุณเจอครับ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดและแก้กันไป

      ระบบขนส่ง และช่องทางการตลาดที่เข้าถึงง่ายมากๆ ณ เวลานี้ ทำให้คนเริ่มต้นธุรกิจตัวเล็กๆ อย่างเรามีโอกาสครับ
      ผมลองค้นหาในกูเกิลดูก็พบว่า มันมีตลาด มีกลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าแบบนี้อยู่จริง ลองอ่าน ไม่รู้จะเริ่มยังไงค่ะ … ทำพวกอาหารแห้งประเภทน้ำพริกสูตรที่บ้าน เก่าเก็บ 30 ปี อยากวางขายมินิมาร์ทค่ะ มีหลายท่านที่กำลังเริ่มต้นบนเส้นทางนี้เช่นกัน

      การมี “คู่แข่ง” ในตลาด ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งย่ำให้เรามั่นใจได้ว่า สินค้าแนวนี้มีความต้องการอยู่จริง

      ดังนั้น “ขายอะไร” ไม่ใช่ปัญหา ตอนนี้ต้องคิดว่าจะ “ขายยังไง”

      คุณต้องทำให้เพจ และสินค้าดูน่าสนใจ มีความแตกต่าง และที่สำคัญมีเรื่องราว
      ถ้าลองค้นหาเพจที่ขายน้ำพริกก็จะเห็นว่ามีหลายเจ้าที่ทำ และขายได้อย่างดีและต่อเนื่องเลย https://www.facebook.com/Numpiksod/

      ซึ่งในความเห็นผม ถ้าสามารถเพิ่มเรื่องราว เพิ่มความน่าสนใจลงในช่องทางการตลาดได้จะยิ่งสร้างความแตกต่างได้ และไปได้ไกลแน่นอน
      ยกตัวอย่าง การเล่าที่มาของสูตร, รีวิวจากลูกค้าเมื่อได้ชิม, ไอเดียการกินน้ำพริก (จับคู่กับเมนูฮิตๆ)

      มีเรื่องราวให้นำเสนอได้อีกเพียบเลยครับ (555 ผมอินมาก เพราะเพิ่งทำสินค้าแนวนี้ รู้สึกได้เลยว่า มีกำลังซื้อที่รอคนมาขายอีกเพียบ)

      น่าเสียดายที่ผมกินน้ำพริกไม่เป็น ไม่งั้นจะประเดิมสักชุด 😉

      Reply
  38. ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำปรึกษาดีดี .ยังงัยก้อจะสู้ต่อไป เพจ ดี-ปลี น้ำพริกคั่วกะปิกุ้งสด ลองสั่งไปชิมได้นะคะ

    Reply
  39. ดีใจที่ได้มาอ่านเจอบทความดีๆ จากแค่ตั้งใจหาข้อมูลการเปิดเว็บไซค์ในธุรกิจขนาดเล็กเริ่มต้น อยากออกมาเปิดสนง.กฎหมายเล็กๆ แต่อบอุ่น (ตอนนี้กำลังเซทพื้้นที่คอนโดขนาดเล็กชั้นล่างตกแต่งสไตล์ร้านกาแฟอบอุ่นอยากให้ลูกความรู้สึกสบายๆ เพราะทุกที่เคยทำงานรู้สึกเหมือนนั่งในห้องสมุด เลยเอาความชอบส่วนตัวมาผสม ^^ ) อ่านบทความแล้วแต่กลับได้แนวคิดการเริ่มต้่นทำธุรกิจอื่นมาๆ ด้วย ขอบคุณมากนะคะ

    Reply
    • นักรบตัวเล็กๆ เริ่มต้นด้วยคุณภาพและความแตกต่าง

      ทำลายภาพจำของ สนง.กฏหมาย เก่าๆ พิธีรีตรอง เอกสารกองโต ออกไปหมดเลย
      ผมชอบไอเดีย สนง.กฏหมายเล็กแต่อบอุ่นนี้มากๆ เลยครับ

      Reply
  40. ขอบคุณบทความนี้มากค่ะ ตอนนี้กำลังสับสนในชีวิต ไม่กล้าที่จะเริ่มธุรกิจ หรือเริ่มทำสิ่งที่สนใจจริงๆ กลัวว่าสิ่งที่ได้ไม่คุ้มกับที่จะทำไป แต่ก่อน ที่บ้านธุรกิจเคยล้มเหลว ก็เลยกลายเป็นความกลัวไปพักใหญ่ ตอนนี้รู้สึกอึดอัดกับชีวิตออฟฟิต แต่ไม่ได้ว่าออฟฟิตไม่ดีนะคะ แต่แค่มันไม่ใช่เส้นทางของเราที่อยากเดินตามคำสั่งคนอื่น ขอบคุณที่ทำเว็บไซต์นี้ อยากลองขายของออนไลน์บ้าง ตอนแรกกลัวว่าจะทำไม่ได้ เพราะคนทำเยอะมาก แต่ตอนนี้ ถ้าไม่ลองก็คงไม่รู้ จริงมั๊ยคะ? ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ

    Reply
    • ขอบพระคุณมากๆ ครับสำหรับการติดตาม
      อาทิตย์ที่ผ่านมาผมโชคดีได้อ่านหนังสือเล่มนึง และอยากแนะนำให้คุณลองหามาอ่านครับ

      ผมเชื่อว่า นอกเหนือจากการลงมือทำแล้ว “วิธีคิด” การให้ความหมายและคุณค่ากับตัวเอง ก็เป็นอีกส่วนประกบอสำคัญของความสำเร็จครับ
      หนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด สำนักพิมพ์ WeLearn

      Reply
  41. สวัสดีค่ะ คิดอยากจะทำธุรกิจ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำธุรกิจอะไร คือหนูพึ่งเรียนจบ คิดคนเดียวกลัวผิดพลาดค่ะ แต่ที่มองหาคือขายสินค้าที่ไม่มีการแข่งขันกันในตลาดมันก็คงจะดูกว้างไป หนูคิดไม่ออกจริงๆค่ะว่าสินค้าประเภทนี้มีอะไรบ้าง

    Reply
    • ยินดีด้วยครับที่เริ่มต้นคิดและฝันบนเส้นทางธุรกิจของตัวเอง (แอบอิจฉา ตอนที่ผมเรียนจบยังไม่มีความคิดแบบนี้เลย ก้มหน้าทำงานที่ไม่ได้ชอบอยู่เกือบสิบปี)
      ความผิดพลาดนั้นมีแน่นอนครับ เพราะมันคือส่วนหนึ่งความสำเร็จ ประสบการณ์จะสอนให้คุณเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน

      เชื่อมั้ยครับว่า คนที่เริ่มต้นคิดจะหาของมาขาย มันตั้งต้นที่ว่า จะหาสินค้าที่ไม่มีคู่แข่ง กลัวจะแข่งไม่ได้ กลัวจะขายไม่ออก
      แต่ผมอยากจะชวนให้มองในอีกมุมนะครับ ถ้าเราเริ่มต้นกับสินค้าที่ไม่มีคู่แข่ง หรือไม่มีใครขายมาก่อนเลย มันจะยากแค่ไหนที่เราจะ สื่อสารกับลูกค้าของเรา

      ลองจิตนาการระหว่าง ผลิตกางเกงยีน 5 ขา กับ กางเกงยีนธรรมดาที่เหมาะกับคนเกิดปีกุน
      อะไรจะขายง่ายกว่ากัน ??

      แน่นอนว่าของที่มี demand มีความต้องการอยู่แล้วในตลาดย่อมหาลูกค้า และผู้สนใจได้ง่ายกว่า
      ขายในสิ่งที่คุณรู้จักมันดี นำเสนอได้อย่างเต็มปากเต็มคำครับ

      อย่ากลัวการแข่งขัน เช่นเดียวกับที่อย่ากลัวจะทำอะไรผิดพลาด
      วันนี้คุณมีโอกาสอีกมากมาย เริ่มเร็ว ล้มเร็ว ลุกขึ้นใหม่ เรียนรู้ นั่นคือหนทางสู่ความสำเร็จครับ

      Reply
  42. ผมอายุ 22 อยากทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี พอได้อ่านแนวคิดคุณ และคอมเม้นแต่ละคน ทำให้ผมฮึดสู้ขึ้นได้เยอะเลยครับ ขอบคุณมากๆนะครับ

    Reply
  43. ขอบคุณบทความดีๆนี้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นซิงเกิลมัมแล้ว ทำงานเอง เลี้ยงลูกเองด้วย เงินเก็บก็ใช้ตอนท้องกับเตรียมคลอดเจ้าตัวเล็กไปจะหมดแล้ว เลยมองธุรกิจแบบดรอปชิพไว้ ยังไม่รู้จะสำเร็จมั้ย แต่บทความนี้ทำให้มีแรงมีกำลังใจขึ้นมากเลยค่ะ..จะสู้ต่อไปค่ะ

    Reply
  44. ได้อ่านบทความของคุณแล้ว เป็นกำลังใจที่ดีมั่กมากกกกก เลยคะ มันใช่เลยทั้งเรื่องต่อสู้จิตใจในตัวเองที่จะลาออกจากงานประจำ มาทำธุรกิจเล็ก ๆ ความมโนว่าธุรกิจที่เราอยากทำนั้น จะเป็นอย่างไร และค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ต้องคิดแล้ว คิดอีก จะรุ่งหรือ จะร่วง บอกตัวเอง พูดกับตัวเอง จะไปทางไหนดี ??? สุดท้ายก็ได้คำตอบคะ เรายื่นใบลาออก และจะเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ อย่างที่ฝันไว้ ตอนนี้ขอแนะนำธุรกิจก่อนนะคะ เราทำธุรกิจเกี่ยวกับพัดลมอุตสาหกรรม การเริ่มต้นของเรากับสามี เหมือนกับที่คุณเอกเขียนไว้เลย เรากับสามี เริ่มต้นแบบนั้นจริง ๆ เราเริ่มกันจากศูนย์ ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าประจำเยอะขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น คู่แข่งขันมากขึ้น จึงอยากจะสอบถามคุณเอกดังนี้คะ
    1. นอกจากช่องทาง adward facebook ยังมีช่องทางอื่นอีกไหมคะ ที่จะเพิ่มยอดขาย หรือต่อยอดการขายสินค้า
    2. จะทำอย่างไรให้ลูกค้าเก่า กลับมาซื้อซ้ำ เคยโทรไปสอบถามและจัดโปรโมชั่นแล้ว feedback ยังไม่ดีเท่าไหรคะ

    รบกวนคุณเอกช่วยตอบ ด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆคะ

    Reply
    • 1. มีเพียบเลยครับ ที่สุดแล้วอยู่ที่ “ตัวสินค้า” และ “กลุ่มลูกค้า” มากกว่า
      บางธุรกิจ หรือสินค้าบางตัว แค่โพสในกลุ่มหรือ forum ที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ก็สามารถขายได้แล้ว
      อย่างในกรณีของธุรกิจผม พอไปโฆษณาในเฟสบุ๊ค ผมไม่ได้ลูกค้าเลย นั่นเป็นเหตุผลว่า เราควรโฟกัสที่ลูกค้าก่อนครับ

      2. การทำโฆษณาแบบ Remarketing ก็เป็นทางเลือกนึงครับ แต่ก่อนจะคิดถึงการจ่ายเงินโฆษณา น่าจะลองคิดก่อนว่า “สินค้า” มีโอกาสในการซื้อซ้ำรึเปล่า
      ถ้าคำตอบคือ มีโอกาส การทำโฆษณาแบบ remarketing ที่นำเสนอ promotion สำหรับลูกค้าเก่า หรือ feature ใหม่ๆ ไปจนถึง ผลลัพธ์ที่ลูกค้าท่านอื่นๆ ได้รับ
      ก็จะเป็นกลยุทธ์ในการดึงลูกค้าเก่ากลับมาครับ

      ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่นสินค้าเป็นยาสีฟัน
      เราอาจจะทำโฆษณาแบบ remarkting เพื่อเสนอโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1
      หรือ เป็นคลิปวีดีโอรวมเสียงตอบรับหรือรีวิวจากลูกค้าท่านอื่นๆ
      เหล่านี้ก็จะช่วยให้ลูกค้าเก่าของเรา เกิด awareness และถ้าเขาประทับใจตัวสินค้าอยุ่แล้ว ก็ไม่ยากที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำครับผม 😉

      Reply

Leave a Comment