การตลาดผ่านโฆษณาใน Facebook เป็นอีกเครื่องมือของนักการตลาดและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าออนไลน์ โพสนี้ขอแชร์ประสบการณ์และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ผ่านการทดลองแบบจ่ายจริง เจ็บจริง, เรื่องเล็กๆ แต่สำคัญ และหลายคนอาจมองข้ามไปเมื่อเลือกที่จะโฆษณากับ Facebook

ผมเริ่มต้นโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบของ Google นั่นก็คือ Adwords ขยับมาเริ่มโฆษณาใน Facebook เสียเงินกับการเรียนรู้ไปพอสมควร
 

“เสพ” แต่ยังไม่อยาก “ซื้อ”

การทำโฆษณาด้วย Adwords จะว่าไปก็เหมือนกับการที่เราพยายามตอบคำถามของลูกค้า
ถ้าสิ่งที่เราตอบนั้นตรงกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหาอยู่ โอกาสที่เราจะปิดการขายได้ก็มากขึ้น

เช่น ลูกค้าค้นหาในกูเกิลด้วยคำว่า “ครีมกันแดดสำหรับผู้ชาย”
โฆษณาของเราต้องสามารถตอบคำถามและเสนอทางเลือกที่ดีและตรงใจลูกค้าได้

ผมเคยเจอตัวอย่างนึง (เสียดายไม่ได้ capture เก็บไว้) ตอนค้นหาที่พักที่เชียงใหม่
ผมใช้คำค้นหา (Keyword) “ที่พักเชียงใหม่ ราคาถูก”

google แสดงผลการค้นหา รวมทั้งโฆษณาของหลายๆ เจ้า
มีทั้งโรงแรมเจ้าเล็กๆ และเจ้าใหญ่ แต่มีโฆษณานึงที่สะดุดตาและโดนใจมากๆ
เขียน headline ว่า “ถูกกว่านี้ก็นอนวัดแล้วพี่” ตามด้วยทำเล, ราคา และเบอร์ติดต่อ

แต่สำหรับการโฆษณาใน Facebook มันต่างกัน…

ขาย.. ขาย.. ขาย.. อาจไม่ใช่คำตอบ

พฤติกรรมของลูกค้าบนเฟสบุ๊คนั้นใช้เวลาเพื่ออ่านและติดตามข่าวสารจากเพื่อนๆ
ลองคิดถึงตัวเราก็ได้ครับ…

ถ้าเรากำลังอ่านข่าวหรือกำลังเสพดราม่าอยู่ แล้วมีโฆษณาอาหารแมวโผล่เข้ามา O_o!!
โอกาสทีเราจะคลิกเพื่อดูรายละเอียดอาจจะมี แต่ไม่สูงแน่นอน

หลายคนอาจจะค้านผมในใจว่า “แต่คนอื่นทำโฆษณาแบบนี้เขาก็ขายกันดิบดีนะ”
อันนั้นก็จริงครับ แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณเข้าใจ และสื่อสารได้ตรงประเด็น ถูกที่ ถูกเวลากว่า

i like it gif


ref: http://marikawaitforitbass.tumblr.com/post/69324343287/when-i-meet-a-hot-guy-with-the-same-taste-in-music

อยากจะบอกว่า ความเข้าใจตรงจุดเล็กๆ นี้ช่วยประหยัดค่าโฆษณาให้เราได้มหาศาลครับ

ผมขอยกตัวอย่างแคมเปญโฆษณาเฟสบุคอันนึงที่ผมทดลองทำกับเพื่อนๆ ในกลุ่มครับ
เป็นกลุ่มสินค้าสำหรับผู้หญิงครับ (สินค้ามีขายทั่วไป เราต้องการทดลองตลาดในช่วงอายุ 18-25 ว่าตอบรับรึเปล่า)

ผมทดลองโดยการสร้างแคมเปญแบบ Click to website และแยก ads ออกเป็น 2 รูปแบบ

แบบที่หนึ่ง ขายสินค้าทันที
แบบที่สอง เป็นการสร้างโพสขึ้นมาเพื่อให้ความรู้

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามภาพด้านล่างครับ

โฆษณา facebook 1
แบบที่ 1 ขายสินค้าทันที
โฆษณา facebook 2
แบบที่ 2 การสร้างโพสขึ้นมาเพื่อให้ความรู้

จะเห็นว่า ด้วยกลุ่มลูกค้าเดียวกัน แต่ลักษณะของโฆษณาแตกต่างกัน สร้างความแตกต่างมหาศาล
ผมเลือกให้ report โชว์ค่า Relevance score, Post engagement, cost per post engagement และ CTR (click to rate) ก็เพื่อจะเน้นให้เห็นว่า เมื่อจุดประสงค์ในเนื้อหาโฆษณาต่างกัน ปริมาณความสนใจที่ลูกค้ามีกับ ads โฆษณาก็ต่างกัน

หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะมีคำถามว่า “เฮ้ย ตรูโฆษณาเพื่อขายของเฟ้ย ไม่ได้เอาเลขสถิติสวยๆ”

ใจร่มๆ ครับ เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว

“ถูกที่ ถูกเวลา” เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมเรียนรู้และพบว่ามันมีผลต่อการทำโฆษณา
ยังมีอะไรให้เรียนรู้ ทดลองอีกเพียบ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ 😉

Pin It on Pinterest

Share This