เพราะคำจำกัดความของความสำเร็จแต่ละคนไม่เท่ากัน How i work วันนี้ เรามาติดตามแนวคิด และจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจาก ในเส้นทาง e-commerce ว่าเธอคิดและสร้างเส้นทางความสำเร็จในแบบของเธออย่างไร คุณ Aor Táňa

ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ครับ

ตอนนี้ขายของ online ที่ Facebook page: ครีมมะขามพะเยา SHOP และ Herbgardenthailand.com ค่ะ

 

ช่วยเล่าที่มาและเป้าหมายของโปรเจคนี้ให้ฟังหน่อย

ทั้งหมดสำหรับอ้อเริ่มจากความไม่มีค่ะ….ไม่มีเงิน เงินไม่พอนั่นแหละ…ตอนเรียนอยู่พ่อแม่ให้มา เดือนละ 5,000 บาท กับการใช้จ่าย ลองมาคูณๆดูแค่ค่ากินในแต่ละวัน เฉลี่ยวันละ 100-200 คูณ 30 วัน เข้าไป ก็เกินงบแล้วววววว!!

ดังนั้นไม่มีก็ต้องหา… ตอนแรกสุดไม่มีไอเดียอะไรเลยจริงๆค่ะ

แต่เพราะเป็นคนที่ชอบอ่านเวบไซด์เกี่ยวกับเครื่องสำอาง jeban กะ pantip ห้องโต๊ะเครื่องแป้ง ประกอบกับการที่ชอบซื้อของใน internet อ่านๆ เวบไซด์พวกนั้นทุกวันเรื่อยๆ

ช่วงนั้นกระแสฮิตเครื่องสำอางเกาหลี ยี่ห้อ etude กะ skinfood มาแรงค่ะ เห็นเค้าใช้กันก็อยากใช้มากตอนนั้นราคาแพงหูฉี่ ตกชิ้นละ 500 บาทขึ้นไป ลองเปิดหาหลายๆ ร้าน ปรากฏว่า สินค้าแบบเดียวกันบางร้านก็แค่ 300-400 บาท แต่บางร้านขาย 600-700 บาท

ทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้วต้นทุน ของพวกนี้ ถูกมาก ตกชิ้นละ 100-200 บาท เลยเริ่มทำให้อยากขายบ้าง …เริ่มทำแคทตาล็อก ปริ๊นซ์ออกมาพร้อมกำหนดราคา แล้วก็เอาใบโฆษณา รับสั่ง pre-order เล็กๆ ไปติดไว้ใน ลิฟต์ ของหอ 40 ปี (หอใน มช.ค่ะ เพราะอยู่หอตอนเรียนที่นั้นค่ะ) ก็พอจะมีคนสั่ง

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรกที่เริ่มต้นกับคำว่า ธุรกิจจริงๆ จังๆ มีคนสั่ง แล้วเราก็ไปสั่งต่อ และแล้วก็เจอปัญหา

  1. ต้องมีเงินลงทุน เพราะเราต้องสั่งของมาก่อน จ่ายเงินไปก่อนแต่ตอนนั้นไม่มีเงินทุนเลยจริงๆ
  2. พอสั่งของไปแล้วต้องใช้เวลารอนานมากเพราะร้านที่เราสั่งไปเค้าก็ต้องรอของ pre-order จากเกาหลีอีกที
  3. เรารับ order มาแล้ว แต่ของที่เกาหลีไม่มีให้
  4. นัดเอาของให้ลูกค้า แต่ร้านที่เรา order ไป ส่งมาช้า ของกว่าจะถึงเราก็ช้า มีแต่ปัญหาค่ะ

ธุรกิจแรกก็จบไปด้วยความที่ปัญหาเยอะ แต่ก็ทำให้เราได้รู้ว่า จะขายของก็ควรจะเป็นของที่เราหาได้เอง หาได้ง่ายจะได้ตัดปัญหา

จากนั้นชีวิตธรรมดาก็ไม่มีอะไรก็ยังคงติดตาม เวบเครื่องสำอาง jeban กะ pantip ห้องโต๊ะเครื่องแป้ง ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

…แต่เริ่มสังเกตเห็นว่าการพูดถึงครีมมะขามพะเยาในเวบ jeban ไอ้ตัวเราเองก็ สงสัยว่าคนกทม. เค้ารู้จักกันด้วยหรอตัวเราเองรู้จักมานานหละ ตั้งแต่สมัย ม.2-3 จากนั้น ไอเดียก็บรรเจิด ความเป็นแม่ค้าก็โผล่ออกมาโดยไม่ต้องคิด

พอคิดแล้วก็ทำเลยเริ่มจากเข้าไป www.nanaladycorner.com เวบไซด์ประจำที่เอาไว้ช็อป ตั้งกระทู้ขายเลยค่ะ โดยไม่ได้รู้เลยว่าจะหาของมาให้ลูกค้าได้หรือเปล่า แต่กับตัวเองแล้วเชื่อว่า หาของมาได้แน่นอน เพราะครีมมะขามนี้ผลิตจากกลุ่ม OTOP ของอำเภอดอกคำใต้ บ้านเรานั่นเอง!!

อันนั้นคือ จุดเริ่มต้นการขาย ครีมมะขาม ค่ะ

จนพอมี facebook เราก็เป็นเจ้าแรกในการ ขายครีมมะขามใน facebook ค่ะ และก็เปิดเว็บไซด์ตามมาทีหลังค่ะ ตอนนี้ครีมมะขามผลิตเองและเป็นแบรนด์ตัวเองแล้วค่ะ ไม่ได้เป็นแค่แม่ค้าคนกลางที่รับมาขายไปค่ะ

ครีมมะขาม

 

เป้าหมายในอนาคต คือ เร็วๆ นี้มีโอกาสไปเสนอสินค้า กับ บริษัท CP ALL มาค่ะ เค้าเชิญให้ไปเสนอสินค้าดู
ตอนนี้ก็รอผลอยู่ค่ะ แอบลุ้นนิดๆ แต่ถ้าไม่ได้ก็คง พัฒนาที่ทำอยู่ต่อไปและอนาคตหวังว่าจะได้ส่งออกไปต่างประเทศค่ะ

ทุกวันนี้ลูกค้าคนไทยในต่างประเทศก็มีมาตลอดที่ให้ส่งของไป เคยส่งไปทั้งนอร์เวย์, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และล่าสุดมีลูกค้าคนไทยอยู่ในอังกฤษ ให้คนอยู่ไทยสั่งให้เพื่อส่งไปที่อังกฤษค่ะ

 

ครีมมะขาม

โปรแกรมอะไรที่ขาดไม่ได้เลยเวลาทำงาน

Microsoft Excel , words ค่ะ เก็บข้อมูลลูกค้าค่ะ

 

เพลงอะไรที่ชอบระหว่างทำงานครับ

ชอบฟังเพลงสากล พวก hip hop ค่ะ หลายๆครั้งชอบเปิดทีวี ไป ทำงานไปด้วยมากกว่าค่ะ บางทีเปิดก็ไม่ได้ดู ค่ะ แต่ถ้าไม่มีเสียง จะรู้สึกเหงา ค่ะ เพราะทำงานอยู่หน้าจอคอมพ์ที่บ้านคนเดียว

 

อะไรที่คิดว่าคุณทำได้ (ดี/แตกต่าง) จากคนอื่น

คิดว่ามีความคิดที่ทำอะไรต้องระมัดระวังและต้องมองอะไรให้ไกลๆ ไปถึงอนาคตไว้ก่อนค่ะ เพราะพอเราอยู่จุดที่ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เราจะต้องคิดให้มากกว่าคนอื่น เพราะการกระทำ ความคิด การมอง การวางแผนของเรา มันส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจหมดเลยค่ะ

ถ้าเกิดทำพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็คือเจ๊งเลยค่ะ แล้วเรามีหน้าที่รับผิดชอบทั้งลูกน้องที่จ้างไว้ แพ็กสินค้า 2 คน Admin ตอบลูกค้าอีก 3 คน ไหนจะครอบครัวเราด้วยค่ะ ถ้าเกิดว่าเจ๊ง คนอื่นก็จะแย่ไปด้วยค่ะ

 

ปกตินอนเวลาไหนครับ

เมื่อก่อนนอน ตี4-5 เลยค่ะ เพราะงานเยอะมากจริงๆ ตอนนี้จ้าง admin ให้ดูแล facebook, website, e-mail ไว้ 3 คนค่ะ ก็เลยพอจะมีเวลาให้ทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้นค่ะ เปลี่ยนเวลานอนมานอนตอนตี 2 ค่ะ ชอบทำงานตอนดึกค่ะมีสมาธิดีค่ะ

 

คำแนะนำหรือข้อคิดอะไรที่ดีที่สุดที่เคยได้รับและอยากแชร์

ทุกคนจะบอกว่า อิจฉาที่เราใช้ชีวิตสบายๆ กินๆนอนๆเที่ยวๆ อยากทำแบบเรา อยากจะบอกว่า ก่อนที่จะถึงจุดนี้ก็ฝ่าฟันอะไรมามากมายค่ะ จึงอยากจะแนะนำว่า ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดายค่ะ ชอบเห็นคนสมัยนี้ มองว่ามันง่าย เหมือนในละคร ที่พระเอก นางเอก เปิดร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า แค่นั้นแล้วก็รวย มีเงินมีทอง ขับรถสปอร์ตคันแพงๆ เป็นล้านๆ ได้ง่ายๆ

แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นหนะสิค่ะ ก่อนที่จะใช้ชีวิตสบายๆอย่างนี้ ทำมาหลายอย่างค่ะ ทั้งเฝ้าหน้าร้านเสื้อผ้า ได้ ชม.ละ 20 บาท, สอนพิเศษ ชม.ละ 100 บาท, ขายสินค้า pre order จากเกาหลี และตอนทำครีมมะขามแรกๆ ทำเองหมดเลยค่ะ

เมื่อก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะให้พ่อแม่ฝากครีมมะขามมากับญาติ ทีละ 10 กิโล นี่ก็ต้องไปขนเองนะคะ ตอนเรียนใส่กระโปรงก็แบกครีมมะขาม ทีละ 5-10 กล่อง บางทีรวมๆแล้วหนักถึง 10 กิโล แบกใส่หน้าตักมอเตอร์ไซด์ ไปส่งไปรษรีย์เองทุกวัน เรียกว่าทำเองหมดตั้งแต่ขายใน online รับยอด ตอบลูกค้า เช็กเมลล์ เช็กเงิน เตรียมสินค้า แพ็กของ

ยิ่งตอนขายดีตอนแรกๆ พอเรียนจบไปทำงานเป็น ครู อัตราจ้างสอน กศน. ทำงาน 8โมงเช้า เลิก 4โมงเย็น พอเลิกงานก็ต้องรีบตอบลูกค้า ตั้งแต่เย็น จนเที่ยงคืน ห่อของตั้งแต่ เที่ยงคืน จนตี 2-3 แล้วก็นอน ตื่นตอน 6โมงเช้า เพื่อเตรียมตัวไปทำงาน

แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน คือกว่าจะถึงจุดที่สบายได้ เราผ่านมาเยอะค่ะ !!!

ก็เลยไม่อยากให้มองอย่างประมาทว่ามันง่ายค่ะ จำคำพูดคุณตัน ภาสกรนที เจ้าของ ชาอิชิตันได้เสมอค่ะ เค้าบอกว่า ถ้าอยากรวย ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น และก็เชื่ออย่างนั้นด้วยค่ะ ตอนแรกอาจจะหนัก แต่ตอนหลัง ก็จะ ดีขึ้นค่ะ อยากให้ก่อนทำธุรกิจอะไรให้ศึกษาให้เยอะๆ และต้องหนักเอาเบาสู้ค่ะ

 

คำนิยามการทำงานของคุณ

ทำงานเพื่อตัวเอง เพื่อปัจจุบันและอนาคตไปพร้อมๆกันดีที่สุดค่ะ ก็คือ ไม่ได้จะทำงานเพื่ออนาคตจนเกินไปคือ บางคนทำงานเพื่อเก็บๆๆ แล้วค่อยสบายในอนาคตแล้วค่อยใช้ มีครั้งนึงไปเที่ยวพม่าไปปีน เจดีย์ที่พุกาม สูงราวๆ ตึก 3 ชั้น แล้วรู้เลยว่า ถ้าเกิดเราเอาแต่เก็บตังค์มาตอนแก่นะ แค่ซักอายุ35 ก็คงไม่กล้าปีนขึ้นไปค่ะ เพราะสูงและอันตรายสุดๆจริงๆ

แต่หลายๆครั้งก็จะเป็นคนชอบขัดแย้งในตัวเองค่ะ เพราะอาชีพอย่างเราๆ ก็เหมือน High risk high return พรุ่งนี้อาจจะเจ๊ง ขายของไม่ได้ก็ได้ บางทีก็รู้สึกผิดเหมือนเราใช้ชีวิตประมาทไปหน่อย คนอื่นชอบมาเตือนค่ะ เวลาเห็นเรา สนุกไปวันๆ กินๆ เที่ยวๆ แต่มีคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจให้กำลังใจมาตลอดค่ะ

เมื่อก่อนจะงกมากค่ะ แม่ก็จะบอกว่า ตอนเราไม่มีเราอดทนมามากพอแล้ว ในเมื่อเราหาเงินเพื่อให้เราได้ใช้แล้วทำไมถึงไม่ใช้ให้ตัวเองสบาย และจะบอกแม่ว่าทุกวันนี้รู้สึกจะใช้เงินเปลืองมากกับเรื่องกิน เพราะอยากกินอะไรก็ซื้อเลยค่ะไม่เคยสนใจเลยว่าจะถูกจะแพง แม่ก็จะบอกว่า ก็เค้าเรียกว่า ทำมาหากินไง

ปัจจุบันก็เลย มีความคิดค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น คิดว่าจะทำงานไปเพื่อใช้ให้ตัวเองสบายในปัจจุบันและแบ่งเก็บไว้อนาคตไปอีกหน่อย กันพลาดค่ะ

ไม่ได้คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จอะไรมากมายนะคะ แต่เป็นคนพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นและมีอยู่ค่ะ ใช้ชีวิตให้มีความสุขให้ได้มากๆ กันดีกว่าค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่า ปัจจุบันและอนาคต อันไหนจะมาก่อนกันค่ะ