crello

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ในวันที่ตลาดแห่งนี้ยังไร้ผู้คน แม่ค้าก็น้อย ลูกค้าเพี้ยนๆ ก็ยังไม่เยอะ อะไรก็ดูจะง่ายดาย แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น !!?? การสมัครขายของบน amazon ไม่ง่ายเหมือนก่อน ทั้งสิ่งที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่าย, เรามาดูกันครับว่า อะไรที่จะช่วยให้การสมัครเป็น amazon seller ของคุณราบรื่นขึ้นได้บ้าง

 

สมัคร amazon กับสิ่งที่จำเป็นต้องมี

ปัจจุบันนี้การจะ เริ่มต้นขายของบนอเมซอนแบบ Professional จะต้องจ่ายค่าเช่าร้านทันที 39.99usd (เก็บก่อนขายที่หลัง เหมือนเช่าแผงผักในตลาดครับ) แต่เหมือนปัญหาจะไม่ได้มีแค่เรื่องของค่าใช้จ่าย เพราะยังมีเรื่องของเอกสารอีกที่ดูเหมือนจะเป็นขั้นตอนที่ “งอก” ออกมา เหตุผลก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก…

Amazon ต้องการความมั่นใจว่าผู้สมัครมีตัวตนจริง จะได้ไม่เกิดปัญหาและกระทบกับความน่าเชื่อถือของอเมซอนเอง

ผมได้รับคำถามจากเพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นสมัคร เนื้อความเป็นอีเมล์แจ้งขอหลักฐานเพิ่มจากอเมซอนแบบนี้ :

amazon seller apply doc

amazon seller apply

หรือบางคนก็จะเป็นการขอเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น Bank statement, บิลค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ จำเป็นต้องขอเป็นภาษาอังกฤษด้วย (สำหรับ Bank statement ให้เอาสมุดฝากไปที่สาขา แล้วแจ้งพนักงานว่าขอ statement ย้อนหลัง 3-6 เดือนก็ได้ จำนวนเงินไม่มีผลกับการพิจารณา)

แต่… ไม่ใช่ทุกคนที่สมัครเป็น seller จะโดนเรียกเอกสาร (แม้ว่า “ส่วนมาก” จะโดน)
คนที่ไม่โดนเรียก มีบางอย่างที่คล้ายๆ กัน – จึงเป็นที่มาของบทความนี้ เพื่อให้อีกหลายคนที่สนใจจะสมัครเป็น amazon seller ได้เตรียมตัวก่อนจะลงมือสมัครครับ

 

ข้อมูลที่ตรงกัน ข้อมูลที่ผมพูดถึงนี้ก็ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ที่ใช้ในการสมัคร , ชื่อ-นามสกุล ของบัตรเครดิตที่ใช้สมัคร (ตัดเงินค่าธรรมเนียม) และที่อยู่ต่างๆ ขอให้ตัวสะกดตรงกันเลยนะครับ

ใช้บัตร “เครดิต” ที่มีวงเงินพร้อมให้ตัด จะบัตร “เครดิต” ของเจ้าไหนก็ได้ , ปัญหาส่วนมากที่คนสมัครใหม่ต้องเจอ ก็คือ ไม่มีบัตรเครดิต เลยต้องใช้บัตร “เดบิต” ของธนาคารกรุงเทพ (BeFirst) ซึ่งตอนนี้ไม่ได้แล้วนะครับ เพราะอเมซอนไม่สามารถหักเงินได้ รวมถึงบัตร K-web shopping ของกสิกรไทย ที่แม้ว่าหลายคนยังสามารถใช้ได้ แต่ก็พบว่า มีปัญหาอยู่เหมือนกัน

 

สรุปสั้นๆ สำหรับคนที่ต้องการสมัครใหม่ และเพิ่มโอกาสในการเริ่มขายได้ทันที คือ ข้อมูลให้ตรงกันทั้งหมด และใช้บัตรเครดิต ในการสมัคร

 

แล้วถ้าไม่มีบัตรเครดิตหล่ะ ทำไงดี ?

ทางเลือกที่ “ปัญหาน้อย” ก็คือ K-web shopping ของกสิกรครับ หรือจะเป็นบัตรเครดิตที่ใช้การวางเงินไว้ในบัตรของ ธนาคารไทยพานิชย์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี และอีกข้อที่สำคัญมากๆ เลยคือ ถ้าใช้บัตร “เดบิต” ต้องเปิดใช้งานให้เรียบร้อย และมีเงินเตรียมพร้อมให้ระบบตัด, หลายครั้งที่ผู้สมัครใช้บัตรเดบิต แล้ววงเงินไม่มีให้ตัด ก็ต้องเสียเงินเสียเวลาเปลี่ยนบัตรใหม่อีก

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า มีพร้อมทั้ง 2 ข้อแล้วจะไม่โดนตรวจหรือขอเอกสารเพิ่มนะครับ แต่จากที่ผมช่วยเพื่อนๆ หลายคนสมัคร ด้วยความพร้อมแบบนี้ เขาจะสามารถเริ่มต้นขายได้ทันที

ผมก็คงได้แต่หวังว่า สถานการณ์สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นขายของบน amazon.com (USA) คงจะไม่ยุ่งยากถึงขั้น amazon UK ที่ต้องใช้เอกสารหลักฐานแบบบริษัท

สู้กันต่อไปเหล่านักรบจีบัน 😉
ทีเด็ด เครื่องมือหาสินค้าทำเงินบน amazon

Pin It on Pinterest

Share This