มีปัจจัยมากมายที่คุณสามารถนำมาใช้กับลิสสินค้าของคุณ เพื่อเอาชนะคู่แข่ง – วันนี้ DNTMb ขอนำเสนออีกเทคนิคที่ผมบังเอิญ “เก็บได้ระหว่างทาง” !!??

ผมพูดถึง Keyword และการนำมาใช้ให้เหมาะกับสินค้าหลายครั้งหลายครา วันนี้จะขอพูดถึงอีกสักครั้ง…

Keyword มี 2 ลักษณะ (จริงๆ จะกี่ลักษณะผมว่าขึ้นอยู่กับ “ใคร” แบ่ง และ “อะไร” ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง)

  • Product keyword
  • Benefit keyword

การแบ่งแบบนี้ ผมตั้งขึ้นมาเองแหล่ะ 555+
แนวทางที่บังเอิญเก็บได้ระหว่างทางนี้ เกิดจากเพื่อนท่านนึงในกลุ่ม AMZ 2.0 สะกิดต่อมความคิด

 

หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมเครียดๆ เพราะสินค้าที่เตรียมจะทำให้ลูกค้า ดูยากเพราะตลาดไม่มีความต้องการสินค้านี้อยู่เลย (very low demand) ความคิดผมวนไปเวียนมาอยู่กับประเด็นนี้ พยายามจะหาโอกาสและทางออกให้เจอ

ไม่ใช่ความผิดของสินค้าหรือตลาด
แต่เพราะผมดันโฟกัสผิดจุด…

เพื่อนท่านนึงส่งลิสสินค้าที่ใกล้เคียงกับสินค้าชิ้นที่ผมต้องแก้ปัญหามาให้ดู
พร้อมกับคำถามว่า “ทำไมลิสนี้มันขายดี ??

จากคำถามนั้น ชวนให้ผมขยับออกจากกรอบคำถามเดิมที่ชวนเครียดมาตลอดหลายวัน
ไปสู่คำถามใหม่ ที่ดันพาไปเจอกับคำตอบที่ทำให้ผมต้องแปลกใจ ??!!

เพราะที่ผ่านมา ผมให้ความสนใจที่ Product keyword มากจนมองข้ามเรื่องอื่น

 

 

สมมุตินะครับ สินค้าเป็น “แป้งขมิ้น”

Product keyword ก็คือ แป้งขมิ้น
เมื่อเอาคำนี้ไปหา demand ของตลาด โดยเช็คจากยอดขายของสินค้าที่มีอยู่ในตลาด พบว่า น้อออออออออออยมาก

ผมมักเปรียบเทียบความต้องการในตลาด เหมือนน้ำในคลอง !!! ถ้าต้องขุดคลองใหม่, กว่าจะขุด กว่าจะเทน้ำให้ไหลไปทิศทางที่เราต้องการได้ ใช้เวลาและพลังงานมหาศาล แต่ถ้าเลือกขายสินค้าที่มี demand ในตลาดระดับหนึ่งแล้ว มันเหมือนมีร่องน้ำอยู่แล้ว คุณอาจใช้เวลาขยายให้มันใหญ่ขึ้นหน่อย หรืออาจจะลองเทน้ำลงไปเลย เพื่อดูว่ามันได้ปริมาณและทิศทางที่คุณต้องการรึเปล่า ก็สามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อโฟกัสที่คำค้นหาว่า “แป้งขมิ้น” ปริมาณการค้นหาและความต้องการในตลาดมีน้อย
ลองเปลี่ยนมุมมองจาก Product keyword เป็น Benefit keyword ผมเห็นโลกอีกด้านเลย !!!

เช่น แป้งขมิ้น มันช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ลดรอยกระ, ลดฝ้า, ป้องกันการเกิดผดผื่น

เหล่านี้แหล่ะครับที่ผมนิยามว่า Benefit keyword

เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ โอกาสมาเพียบเลย
จาก demand ที่น้อยมากๆ ผมพบปริมาณความต้องการที่มากแบบคนละเรื่อง
แถมการแข่งขันก็ยังไม่สูงด้วย แค่พลิกมุมมองจาก “แป้งขมิ้น” มองใหม่เป็น “แป้งลดรอยกระ” “แป้งลดฟ่า”

ที่เหลือจากนี้ก็คือ การสร้างลิสสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ว่า แป้งขมิ้นนี้ช่วยลดรอยกระ, ฝ้า และป้องกันการเกิดผดผื่นได้อย่างไร

ถ้าคุณกำลังเจอกับปัญหา สินค้าขายไม่ออก, ขายช้าลองตั้งคำถามใหม่ครับ
คุณอาจจะกำลังแข่งใน keyword ที่หิน เป็น Product Keyword ที่คุณสู้เขาไม่ได้รึเปล่า
เปลี่ยนมุมคิดใหม่ หา keyword ที่คุณแข่งขันได้ แล้วกลับไปสู้ใหม่

 

มีคำกล่าวนึงน่าสนใจ (ขออภัย จำไม่ได้ว่าอ่านจากไหน)
Don’t flighting in the losing war

เพราะการขายของออนไลน์ก็ไม่ต่างจากสงครามในอดีต อย่าเสียเวลาในศึกที่คุณไม่มีทางชนะ 😉

Share This