พี่ทอม – How i work

How I work บทความที่อยากรู้แนวคิด, แรงบันดาลใจ และวิธีการทำงาน ที่ผลักดันให้คนหนึ่งคนสร้างพื้นที่ของตัวเอง มีความสุขกับงานและการใช้ชีวิต

สำหรับ iCon คนแรก DNTMb ได้รับเกีตรติจาก พี่ทอม กลุ่ม E-commerce เชียงใหม่ ผู้สร้างธุรกิจจากความรักและการเรียนรู้ แถมยังใจดีแบ่งปันความรู้ ส่งต่อให้กับคนอื่นๆ อีกด้วย

 

e-commerce-chiangmai-group
เกจิมาเอง ^^ (ภาพจากงาน meeting ครั้งที่ 4)

 

ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ครับ

ตอนนี้นอกจากขายของทางอินเตอร์เนต ผ่านอีเบย์และเว็บของตัวเองแล้ว ก็ดำเนินการเรื่อง การพัฒนาสินค้าหัตถกรรมเพื่อการส่งออก โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลผ่านทางเว็บครับ

 

ช่วยเล่าที่มาและเป้าหมายของโปรเจคนี้ให้ฟังหน่อย

ตอนแรกทางจังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ให้ใช้ช่องทางอินเตอร์เนตเป็นช่องทางจัดจำหน่าย เน้นลูกค้าต่างประเทศ เพื่อนพี่ที่เคยเจอกันในงานสัมมนารู้ว่าพี่ทำงานด้านนี้อยู่ ก็เลยติดต่อให้พี่จัดอบรมเรื่องหลักการขายของและการเปิดร้านให้กับผู้ผลิต

แต่ผู้ผลิตนี่เขาเป็นชาวบ้าน เขาถนัดแต่การผลิตอย่างเดียวจริงๆ อย่าว่าแต่ขายของไปต่างประเทศเลย ขายในไทยยังไม่ได้เลย เพราะไม่ใช่ว่าเปิดเว็บแล้วจะขายได้ ต้องมีการทำการตลาดตอบคำถามลูกค้า อะไรอีกสารพัด ซึ่งอบรมเสร็จก็ยังไม่มีใครเปิดได้ซักคน

พี่ก็เลยรวบรวมคนจากฝั่งที่อยากขาย เพราะพี่ชอบเข้าไปใน thaiseoboard แล้วเห็นมีแต่คนอยากขายแต่ไม่รู้จะขายอะไร ก็เลยไปประกาศนัดรวมกลุ่มกัน เพื่อเอาสินค้าจากฝั่งผู้ผลิตมาให้คนอยากขาย ลองเอาไปขายดู

ทีนี้ก็เจออีกปัญหานึงก็คือ สินค้าหัตถกรรมของเชียงใหม่ มันขายได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่มันจะติดตรงที่สินค้าเคยเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นมาหลายปี ถ้าขายกันเยอะๆ เข้า มันก็จะไม่พ้นการแข่งขันทางด้านราคากันอีก

และอีกข้อคือ ผู้ผลิตเขาก็อยากพัฒนาสินค้าแต่ก็ไม่รู้อีกว่าจะพัฒนาไปแบบไหน-ยังไง พี่เองที่ขายของให้กับลูกค้าต่างชาติมาหลายปี ก็เริ่มรู้รสนิยมลูกค้า บวกกับได้รับคำแนะนำจากอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอาจารย์คนนี้ เขาก็เคยทำสินค้าส่งออกมาหลายปี ก็ให้คำแนะนำเลยว่าขายสินค้าวัฒนธรรม โดยเฉพาะ วัฒนธรรมล้านนา นี่กำลังมา อ้าว ทีนี้ก็เป็นเรื่องล่ะ พี่เองแม้จะเรียนและอยู่เชียงใหม่มาหลายปี แต่ก็ไม่เคยศึกษาวัฒนธรรมล้านนาเลย

เชียงใหม่ในปัจจุบันเอง ก็คล้ายๆ กรุงเทพเข้าไปทุกทีล่ะ แต่เหมือนฟ้าบันดาล สวทช. เชียงใหม่ มีโครงการ Lanna Collection ที่จะพัฒนาผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าส่งออก ให้ใส่วัฒนธรรมเข้าไปในสินค้าอยู่แล้ว ซึ่งอบรมสำเร็จไปแล้ว 1 รุ่น (ใครไปงาน BIG&BIH ในต้นปี 2013 จะเป็นบูต Lanna Collection นี้) และกำลังจะเปิดรุ่น 2 พอดี แต่พี่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งออกจะเข้าร่วมกับเขาก็ยังไงอยู่

 

lanna collection
ภาพจาก Facbook – Lanna collection

 

แต่ก็บอกแล้ว เหมือนฟ้าบันดาล เพื่อนพี่สมัยที่เรียน มช. มาด้วยกัน เป็น ผอ. โครงการนี้พอดีอีก ก็เลยขอเข้าร่วมกับเขาไปด้วยเลย (จริงๆ ก็เข้าร่วมในฐานะ ตัวแทนจากพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ด้วย เพราะตอนที่เข้าไปอบรม เขาก็ตั้งให้เป็นที่ปรึกษา แต่เป็นเพื่อนกันก็เลยคุยกันง่ายหน่อย)

ที่นี่เขาให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ล้านนา เน้นประวัติศาสตร์ศิลป์ สอนโดยอาจารย์วิถี พาณิชพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในรุ่น พี่รับหน้าที่เป็นคนที่เอาสินค้าไปประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บ และ Digital Marketing นี่ก็เพิ่งกลับมาจากเชียงตุง (ประเทศพม่า)

ศิลปล้านนาดั้งเดิมนี่ในตัวจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ค่อยมีเหลือแล้ว (เชียงตุงเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนามาก่อนที่ล้านนา จะผนวกเข้ากับสยาม หลังจากนั้นก็ต้องเสียไปให้อังกฤษ แล้วก็ตกเป็นของพม่าหลังจาก พม่าประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ) ที่เน้นไปที่วัฒนธรรม เพราะวัฒนธรรมนี่ เป็นของใครของมัน ไม่มีใครเลียนแบบกันได้ เป็นภูมิคุ้มกันสินค้าจากจีนได้อย่างดี

 

lanna-e-commerce

 

โปรแกรมอะไรที่ขาดไม่ได้เลยเวลาทำงาน

โปรแกรมสามัญประจำเครื่องที่ใช้เลยก็คือ Excel สำหรับเก็บข้อมูลสินค้า และใช้สำหรับการวางแผนการตั้งราคาสินค้า ประมาณการกำไรขาดทุน ใช้ได้หมด แม้แต่ HTML ที่ใช้สำหรับเว็บ ยังเอามายัดใส่ในนี้ได้ เพราะมันสามารถแปลงไปเป็น cvs แล้วโหลดขึ้นเว็บได้ทันที ง่ายกว่าด้วย

อีกอันนึงก็คือ Dreamweaver กับ Photoshop ใช้สำหรับทำเว็บ แต่โดยมากจะเริ่มจากเขียนบนกระดาษเอาไว้ก่อน แล้วค่อยมาทำให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยโปรแกรมเอา

 

เพลงอะไรที่ชอบระหว่างทำงานครับ

ถ้าเป็นตอนที่วางแผนหรือต้องคิดอะไร จะใส่หูฟังไว้เฉยๆ แต่ไม่เปิดเพลงนะ เพราะมันจะเงียบ หรือฟังเสียงความเงียบนั้นแหละ

แต่ถ้าเป็นตอนที่ทำงานตามที่ได้วางแผนเอาไว้แล้ว ก็จะเปิดฟังไปเรื่อย ๆ มีอยู่หลายคน ทั้ง บอดี้แสลม, มารูน5, นูโว แล้วก็เพลงใหม่ๆ ที่กำลังดัง ให้มัน Random ไปเรื่อยๆ

 

อะไรที่คิดว่าคุณทำได้ (ดี/แตกต่าง) จากคนอื่น

พี่คิดว่าตัวเองมีจุดแข็งที่เรียนรู้อะไรได้เร็วนะ อย่างสมัยเวลาทำงานประจำ มีงานอะไรใหม่ๆ มานี่ จะเป็นคนแรกๆ ที่ต้องรับเลยนะ แล้วค่อยมาสอนคนอื่นๆ ต่อ อีกอย่างนึงก็คือ พี่ทำงานได้เร็ว คือทำงานแบบคนขึ้เกียจไง ทำงานให้ได้ผลอย่างเดียวกัน แต่จะคิดหาวิธีที่ทำให้ต้องทำงานน้อยที่สุด ก็จะใช้เครื่องมือโน่นช่วย ใช้เครื่องมือนี้ช่วย แต่มันก็มีข้อเสียที่อยู่่ฝั่งตรงข้ามคือ พี่เรียนรู้ได้เร็ว ก็จะเบื่องานที่ต้องทำซ้ำซากจำเจได้ง่าย และทำงานเร็ว ก็จะทำงานที่ต้องใช้ความละเอียด ปราณีต เช่นพวก บัญชีหรือศิลปนี่ไม่ได้เลย ต้องหาคนที่ทำงานพวกนี้ได้ เข้ามาอยู่ในทีม

 

ปกตินอนเวลาไหนครับ

โดยส่วนใหญ่แล้ว จะหลังตี 4 ตื่นก็เที่ยงๆ เว้นแต่วันรุ่งขึ้นจะมีงานสัมมนาหรือมีนัดเช้าก็จะนอนประมาณ ตี 2 ไม่ใช่ว่างานเยอะแล้วต้องเคลีย แต่เนตกลางคืนมันเร็วกว่า และออกไปไหนไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่ทำงานที่บ้าน ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อย และก็ลูกค้ามักจะเมลล์มาช่วงเวลานี้ ถ้าตอบได้อย่างรวดเร็วมักจะขายได้ทันที

 

คำแนะนำหรือข้อคิดอะไรที่ดีที่สุดที่เคยได้รับและอยากแชร์

หาตัวเองให้เจอก่อนเป็นอันดับแรก ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบสิ่งไหน ยังไง ถ้าเจอตัวเองแล้ว ที่เหลือก็ง่าย

พี่ว่าปัญหาของคนสมัยนี้ส่วนใหญ่คือ หาตัวเองไม่เจอ เลยหาทางที่ปลอดภัย ด้วยการทำตามคนอื่นไปก่อน คิดว่าทำไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวก็เจอ บางทีกว่าจะรู้ตัวก็แก่ไป หรือช้าไปล่ะ

เมื่อเรารู้ตัวว่าชอบและถนัดอะไร เราก็จะรู้ล่ะว่าไม่ชอบและไม่ถนัดอะไร ก็จะหาเพื่อนที่จะมาช่วยเสริมหรือลบข้อด้อยของเราได้ บางคนอาจจะคิดว่าถ้าเรารู้ข้อด้อย เราก็พัฒนาหรือปรับปรุงซิ แต่แทนที่เราจะปรับปรุงข้อด้วย เอาเวลาไปพัฒนาข้อเด่นของเรา ให้ยิ่งเด่นขึ้นไป มันจะดีกว่า

ลองดูคนที่เขาโดดเด่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ เขาเด่นเพราะจุดแข็งของเขามันเด่นมากกว่าคนอื่น ไม่ใช่เด่นเพราะเขาไม่มีข้อด้อย แต่สิ่งที่เด่นมันกลบข้อด้อยจนคนอื่นไม่สนใจต่างหาก

ดังนั้น จงรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร แล้วพัฒนาให้มันเก่งสุดๆ ไปเลย แล้วก็หาคนที่เด่นในเรื่องที่เราด้อยมาร่วมทีมกับเรา แต่ละคนมีความถนัด, ความสามารถ ความชอบไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้จักตัวเราก่อน รู้ว่าจุดแข็งเราอยู่ที่ไหน จุดอ่อนมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ เราก็สามารถหาเพื่อน หรือหาทีมที่มาช่วยอุดตรงนั้นได้ แล้วเราจะทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาทำงานที่ไม่ถนัด เพราะงานที่เราไม่ถนัด เราจะเสียเวลากับมันมากกว่าปกติ

 

คำนิยามการทำงานของคุณ

พี่ทำงานเพื่อให้มีเวลาว่าง (งงมั๊ย !!) คือที่ลาออกจากงานประจำ เพราะอยากมีเวลาว่างเพื่อให้ได้ใช้ชีวิต ไม่ได้เน้นที่เงิน ถ้าจะอยากได้เงินมากกว่านี้ก็ทำได้นะ แต่ต้องเอาเวลาของชีวิตเราไปแลก ดูยังไงมันก็ไม่คุ้ม ทำให้แค่พอมีเงิน มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเวลาเที่ยว มีเงินเก็บบ้าง แต่ไม่ต้องทำ ทำ ทำ แล้วเก็บเงินรอไปเที่ยว

จะรู้ได้ไงว่าจะได้อยู่ใช้ มั่นใจได้มั๊ย ว่าเดินออกจากบ้านแล้วอยู่ๆ รถจะไม่มาชนตาย แต่ก็ไม่ได้ใช้ซะจนหมดเลยนะ ให้มันพอดี

credit : Facebook E-commerce Chaing-mai group

คลิปเสียงจากงาน Meeting ครั้งที่ 4

by กลุ่ม E-commerce เชียงใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *